แนวโน้มฝุ่นพิษ PM 2.5 เริ่มมีมากขึ้น แนะวิธี เช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง
แนวโน้มฝุ่นพิษ PM 2.5 เริ่มมีมากขึ้น แต่คุณภาพอากาศอยู่ในค่ามาตรฐานทุกพื้นที่ กทม.เตรียมมาตรการดูแล ทำระบบเตือนภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร โดยผลการตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 24 ต.ค. 65 ณ เวลา 07.00 น. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่พบว่าไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด ตรวจวัดได้ 26-46 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)
อย่างไรก็ตาม ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากวันที่ 24-26 ต.ค. 65 กทม. ลมอ่อน (ต่ำกว่า 2 น๊อต) และอัตราการระบายนั้นต่ำลง ฝุ่นจะระบายไม่ได้ ประกอบกับมีการเพิ่มของการจราจรในช่วงเช้าทำให้ความเข้มข้นฝุ่นจะเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้สามารถวางแผนการทำงาน การทำกิจกรรมโดยเฉพาะในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ/มีผลกระทบต่อสุขภาพ ควรลดระยะเวลา หรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยติดตาม ได้ผ่านทาง
– www.bangkokairquality.com
– www.pr-bangkok.com
– FB: สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
– FB: กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม
– FB: กรุงเทพมหานคร
– แอปพลิเคชัน AirBKK
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้มีภาวะฝุ่นที่เพิ่มขึ้นมา แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชุดใหญ่ เน้น 3 เรื่องที่เป็นแหล่งฝุ่น 1.รถยนต์รถบรรทุก 2.โรงงาน ที่มีกว่า 6,000 แห่ง 3.การเผาชีวะมวล โดยจะดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น นอกจากนี้ จะเปิดศูนย์บัญชาการฝุ่น PM2.5 ที่สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง รายงานสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 ทุกวัน และมีมาตรการให้ความรู้เด็กในโรงเรียน โดยมีโครงการชักธงในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ฝึกอ่านข้อมูลคุณภาพอากาศ ค่าฝุ่น และชักธงตามสภาพอากาศ เขียว เหลือง แดง ทำให้เด็กเกิดความตระหนักรู้ หัดอ่านข้อมูลและเข้าใจถึงต้นตอ อาจนำไปเผยแพร่ถึงครอบครัว และระยะยาวได้
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังไม่ถึงน่ากังวล เป็นแค่ในระยะเริ่มต้น ต่อไปเราน่าจะต้องมีจุดวัดความร้อน (Hotspot) เพราะการเผาชีวะมวลที่เกิดขึ้น หลายครั้งไม่ได้เกิดในกรุงเทพฯ แต่เกิดในจังหวัดหรือประเทศข้างเคียง แล้วลมพัดเข้ามา เราจะต้องมี 2 ส่วน คือ ระบบเตือนภัย และระบบพยากรณ์ที่แม่นยำ
ขณะเดียวกันได้สั่งให้พัฒนาเครื่องกรองอากาศ โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครได้ทำขึ้น ซึ่งใช้พัดลมรถยนต์ ไฟ 12 โวลท์ และแผ่นกรองอากาศ สามารถดักจับฝุ่นได้ แต่มีกำลังผลิตไม่มาก จึงให้ทำคู่มือ DIY กระจายออกไปตามวิทยาลัยเทคนิค หรือคนที่สามารถทำด้วยตัวเองได้

