24 มิถุนายน 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุปข่าว “ค่าไฟหลวง” สอดไส้บิลค่าไฟบ้าน! คนไทยแบกปี 1.9 หมื่นล้าน

สรุปข่าว “ค่าไฟหลวง” สอดไส้บิลค่าไฟบ้าน! คนไทยแบกปี 1.9 หมื่นล้าน

SHARE THIS

สรุปดราม่า “ค่าไฟทางหลวง” สอดไส้ในบิลค่าไฟบ้าน! คนไทยแบกหนี้อุดหนุนปีละ 2 หมื่นล้าน นายกฯ รมว.พลังงาน ประกาศรื้อโครงสร้างบิดเบี้ยว ท้องถิ่นต้องจ่ายเอง แยกค่าไฟให้ชัดเจน

 

เดอะ แฟกต์ นิวส์ (The Facts News) รายงานประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สร้างความฉงนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลช็อกโลกโซเชียลว่า “ค่าไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะ” หรือไฟส่องถนนตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ที่เปิดกันทุกค่ำคืน แท้จริงแล้วถูกหมกเม็ดนำมาหารเฉลี่ยรวมอยู่ใน “โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าฐาน” ที่ประชาชนทุกคนต้องจ่ายในบิลไฟบ้านมานานนับสิบปี โดยที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน

 

ชนวนเหตุความตื่นตัวครั้งใหญ่ของสังคมครั้งนี้ เริ่มต้นจากการที่ นายเอกกวิน โชคประสพรวย (เอก ราชเทวี) นักการเมืองท้องถิ่นพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า:

“เพิ่งจะทราบ ว่าเราทุกคนเป็นคนจ่ายค่าไฟที่อยู่ตามท้องถนนหรือที่สาธารณะต่าง ๆ การไฟฟ้าเอามาหารเฉลี่ยลงในบิลค่าไฟของทุกบ้านมานานแล้ว”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากผู้บริโภค เกิดคำถามสะท้อนกลับไปยังรัฐบาลว่า ในเมื่อประชาชนจ่ายภาษีท้องถิ่นและภาษีที่ดินไปแล้ว ทำไมยังต้องมาแบกรับค่าไฟสาธารณะในบิลบ้านซ้ำซ้อนอีกรอบ?

แฉโครงสร้างค่าไฟแฝง ลงที่ชาวบ้าน

นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ได้เจาะลึกข้อบังคับและหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการของทั้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อสรุปเนื้อแท้เชิงโครงสร้างให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งออกเป็น 2 มิติสำคัญ ดังนี้:

ไฟทางส่วนไหนที่ “ประชาชนต้องร่วมจ่าย”?

ตามหลักเกณฑ์ของรัฐ รัฐบาลมีการกำหนดสิทธิพิเศษยกเว้น “ไม่เรียกเก็บค่ากระแสไฟฟ้าสาธารณะ” ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือเทศบาลต่าง ๆ ในโควตา “ไม่เกินร้อยละ 10” ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งไฟสาธารณะประเภทที่ถูกนำมาหารเฉลี่ยเป็นต้นทุนแฝงในค่าไฟฐานของประชาชน คือ “ไฟส่องสว่างในพื้นที่สาธารณะทั่วไปที่ดูแลโดยท้องถิ่น” ได้แก่:

  • ไฟส่องสว่างตามตรอก ซอย และถนนชุมชน ในความดูแลของเทศบาล หรือ อบต.
  • ไฟถนนสายรอง หรือถนนเชื่อมหมู่บ้านที่ติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
  • ไฟส่องสว่างตามสะพานข้ามคลอง หรืออุโมงค์ท้องถิ่น
  • (ส่วนไฟที่ไม่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ไฟของสถานที่ราชการ, ไฟในสวนสาธารณะปิดที่มีรั้วกั้น, ไฟประดับเทศกาล และไฟทางหลวงแผ่นดินสายประธาน มอเตอร์เวย์ ส่วนนี้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจ่ายตรง ไม่ได้นำมาคิดในระบบโควตานี้)

คิดเป็นเงินเท่าไหร่ในบิลค่าไฟของเรา?

ในทางพฤตินัย (De Facto) ค่าไฟส่องสว่างในโควตา 10% ที่ยกเว้นให้ท้องถิ่นนี้ จะถูกคิดเป็น “ต้นทุนดำเนินงานสาธารณะ” (Operational Expense) แล้วนำไปคำนวณเฉลี่ยรวมอยู่ใน “โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าฐาน” (อัตราก้าวหน้าต่อหน่วยที่ประชาชนจ่าย) ไม่ใช่สะท้อนอยู่ในค่า Ft

ปริมาณไฟฟ้าสาธารณะในโควตานี้ คิดเป็นประมาณ 2% – 2.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ซึ่งเมื่อหารเฉลี่ยออกมาแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 15 สตางค์ต่อหน่วย

สูตรเช็กบิลบ้านตัวเองง่าย ๆ: หากเดือนนี้บ้านคุณใช้ไฟไปทั้งหมด 400 หน่วย (คิดเป็นเงินค่าไฟประมาณ 1,600 – 1,800 บาท) เงินที่คุณร่วมหารเฉลี่ยจ่ายค่าไฟทางสาธารณะในเดือนนั้นจะซ่อนอยู่ประมาณ 40 ถึง 60 บาท! หากเป็นบ้านขนาดใหญ่หรือร้านค้าที่ใช้ไฟเยอะ ปี ๆ หนึ่งอาจต้องเสียเงินอุดหนุนส่วนเกินนี้ไปฟรี ๆ เป็นหลักพันบาท

ชาวบ้านแบกค่าไฟหลวงเฉียด 2 หมื่นล้าน

ด้าน นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษก รมว.พลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่านแคมเปญ “ปลดแอก.. คนไทยแบกค่าไฟสาธารณะ ปีละ 1.9 หมื่นล้าน” โดยระบุว่า โครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยวนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศไทยยังไม่มีระบบ อบต. ชัดเจนเหมือนในปัจจุบัน ในช่วงเวลานั้นรัฐบาลต้องการกระจายความปลอดภัยสู่พื้นที่ห่างไกล จึงยอมยกเว้นค่าไฟสาธารณะให้ท้องถิ่นฟรี ๆ

ทว่าเมื่อกลายเป็นของฟรีในโควตา ผลลัพธ์ที่ตามมาในหลายพื้นที่คือ “การขาดความตระหนักในการประหยัดพลังงาน” เกิดพฤติกรรมการเปิดไฟทิ้งขว้าง ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดพลังงาน LED หรือระบบโซลาร์เซลล์ เพราะคิดว่าอยู่ในโควตาอุดหนุน แต่หารู้ไม่ว่าเม็ดเงินที่นำมาซัพพอร์ตความสิ้นเปลืองนี้ ถูกดึงมาจากน้ำพักน้ำแรงของประชาชนทั้งประเทศผ่านการคำนวณรวมเป็นต้นทุนสูญเสียในระบบ (Non-technical loss) ของการไฟฟ้าฯ ซึ่งตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในทุก ๆ ปี:

  • ปี 2558: เพิ่มภาระค่าไฟบ้านประมาณ 4 สตางค์/หน่วย
  • ปี 2562: เพิ่มภาระค่าไฟบ้านประมาณ 7 สตางค์/หน่วย
  • ปี 2569: คาดการณ์พุ่งสูงถึงประมาณ 10 สตางค์/หน่วย

เมื่อคำนวณจากสถิติที่ประเทศไทยมีการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 16,000 ล้านหน่วย คูณด้วยต้นทุนแฝง 10 สตางค์ ส่งผลให้เม็ดเงินที่ประชาชนต้องแบกรับแทนหน่วยงานรัฐพุ่งสูงถึง ปีละเกือบ 20,000 ล้านบาท!

เร่งออกมาตรการรื้อโครงสร้างค่าไฟ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมายอมรับอย่างเต็มภาคภูมิว่า ตนเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลต้นทุนแฝงนี้ต่อสาธารณชนด้วยตนเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อล้างไพ่โครงสร้างราคาพลังงานและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน การปฏิรูปในครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การปรับสูตรคำนวณ แต่เป็นการรื้อถอนต้นทุนแฝงสะสม 3 ด้านหลัก คือ สัญญาแอดเดอร์ราคารับซื้อไฟฟ้า, อัตราการรับซื้อไฟโรงไฟฟ้าเอกชน และ การแยกบัญชีค่าไฟทางหลวงและไฟทางด่วนออกจากบิลประชาชน

“เรื่องนี้ทำมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ต่อไปต้องติดมิเตอร์แยกบัญชีจากไฟทางหลวงให้ชัดเจน แยกใบเสร็จไปเลยว่าใช้ไปเท่าใด หน่วยงานราชการและท้องถิ่นต้องไปทำเรื่องของบประมาณปกติมาจ่ายค่าไฟเอง หากแยกส่วนนี้ออกมาได้ ค่าไฟของประชาชนจะลดลงทันที” นายเอกนัฏ กล่าว

ขณะที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมายอมรับเช่นกันว่า ค่าใช้จ่ายไฟส่องสว่างบนถนนของทางหลวงชนบทถูกแฝงอยู่ในค่า FT ของบ้านประชาชนมานานหลายสิบปีแล้ว อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมเองก็ไม่สามารถรับผิดชอบแบกรับเม็ดเงินส่วนนี้แทนได้ทันที เนื่องจากเป็นมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเกินกว่าวงเงินงบประมาณปกติของกระทรวง

ในเบื้องต้น กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้เปลี่ยนหลอดไฟทางหลวงที่หมดอายุทั่วประเทศเป็นหลอด LED ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 40-50% และเตรียมเข้าร่วมหารือกับกระทรวงพลังงานและสำนักงานงบประมาณเพื่อหาข้อยุติว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับชำระค่าไฟส่วนนี้โดยตรง เพื่อตัดวงจรอุดหนุนข้ามกลุ่มออกจากบิลค่าไฟบ้าน

“อนุทิน” ลั่น ห้ามผลักภาระให้ประชาชน

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวด้วยท่าทีขึงขัง โดยเปิดเผยว่าประเด็นนี้เกิดจาก “ข้อสงสัยเดิม” ของตนเองตั้งแต่สมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในอดีต ซึ่งเคยตั้งคำถามว่า เหตุใดการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงรายงานว่าต้องแบกรับภาระค่าไฟสาธารณะมหาศาลแต่กลับยังมีผลประกอบการเป็นกำไร เมื่อวันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ารัฐบาลและมีอำนาจบริหารสูงสุด จึงได้ส่งมอบ “โจทย์” หรือ “รับน้องเอ๊ะ” นี้ให้แก่นายเอกนัฏ รมว.พลังงาน ไปดำเนินการสืบค้นความจริงทันที

 

“ผมสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ไปหาข้อเท็จจริงมาตรวจสอบว่างบส่วนนี้ถูกบันทึกบัญชีอย่างไร ยืนยันว่าในทางลงบัญชีต้องไม่มีการนำเงินของประชาชนมาจ่าย และรัฐบาลจะไม่มีวันผลักภาระเรื่องนี้ให้ประชาชนเด็ดขาด ส่วนกรณีที่กระทรวงคมนาคมบอกว่าแบกรับไม่ไหวนั้น ในอนาคตก็ต้องตั้งเป็นงบประมาณปกติขึ้นมาจัดการ ท้องถิ่นมีเงินเก็บภาษีก็ต้องเอามาดูแลไฟท้องถิ่นตัวเอง ไม่ใช่บอกว่าไม่มีเงินแล้วปัดภาระให้ชาวบ้าน” นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดเจน

📌 ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:

#ค่าไฟทางหลวง #ค่าไฟถนน #บิลค่าไฟ #ค่าFT #ปฏิรูปราคาพลังงาน #กระทรวงพลังงาน #อนุทินชาญวีรกูล #เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #พงศ์พลยอดเมืองเจริญ #พิพัฒน์รัชกิจประการ #ลดค่าไฟ #ความยุติธรรมทางสังคม #เดอะแฟกต์นิวส์ #TheFactsNews #ข่าวจริง

 

 


SHARE THIS