เศรษฐกิจ 68 ดีเกินคาดโต 2.4% เอกนิติ มั่นใจพ้น’ไอซียู’ปีนี้พุ่ง 3%
เศรษฐกิจไทยปี 68 ดีเกินคาดโต 2.4% หลังไตรมาสที่ 4 พุ่งแรง 2.5% ลงทุนขยายตัวเต็มที่ เอกนิติ มั่นใจ ไทยพ้นไอซียูแล้ว พร้อมกลับมาโตได้เกิน 3%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 2.4% เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2%
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ที่ขยายตัว มาจากการขยายตัวของทุกสาขาเศรษฐกิจ
- การส่งออกที่ขยายตัว 5.6%
- การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.3%
- การอุปโภคภาครัฐบาล ขยายตัว 1.3%
- การลงทุนรวม ขยายตัว 8.1% โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐขยายตัว 13.3% ขณะที่ภาคการผลิตขยายตัวทุกสาขาทั้งสาขาเกษตร อุตสาหรรม ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร การค้า ขนส่ง และก่อสร้าง
“ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 4 และทั้งปี 2568 ทื่ขยายตัวสูงก็แปลกใจเหมือนกันว่าเป็นตัวเลขที่เกินกว่าคาดพอสมควร โดยในส่วนของมาตรการรัฐ เช่นมาตรการคนละครึ่งพลัส ก็มีส่วนในการกระตุ้นการใช้จ่าย สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขการบริโภคที่ขยายตัวจาก 2.5% เป็น 3.3% แต่ที่เกินกว่าคาดคือการลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะการก่อสร้าง มีการเร่งรัดเบิกจ่ายลงทุน”

สำหรับภาพเศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัว 2.4% มาจาก
- การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 2.7%
- การอุปโภคภาครัฐบาล ขยายตัว 0.6%
- การลงทุนรวมกลับมาขยายตัว 4.9% แยกเป็นการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชน 3.5% และการลงทุนภาครัฐขยายตัว 8.9%
- การส่งออกสินค้าขยายตัวในเกณฑ์สูง 11.9% และการส่งออกบริการลดลง 1.9% ด้านการผลิต สาขาการขายส่งและการขายปลีก สาขาเกษตรกรรม และสาขาการก่อสร้างขยายตัว 6.1% 3.6% และ 6.6%
แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 1.5 -2.5% (ค่ากลางการประมาณการ 2%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.2 – 2.2% โดยมีค่ากลางการประมาณการ 1.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ดังนี้
- การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
- การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง
- ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร
ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว 2.1% และ 1.9% ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัว 2% อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ในช่วง (-0.3%) – 0.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.4% ของ GDP
เศรษฐกิจ พ้นไอซียู
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจในปีนี้ แม้กระทรวงการคลังจะคาดการณ์ไว้ที่ 2% แต่รัฐบาลแสดงความมั่นใจว่าด้วยโมเมนตั้มที่ส่งต่อมาจากปลายปีที่แล้ว จะสามารถผลักดันให้จีดีพีเติบโตได้ถึง 3% หรือ 3 พลัส โดยกลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายคือการสานต่อ ปลดล็อกการลงทุนผ่านมาตรการ บีโอไอ ฟาสต์ พาส เพื่อเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ให้ไหลเข้าสู่ระบบเร็วขึ้น
“ปี 69 คลังคาดว่าจะโต 2% แต่ผมเชื่อว่า วันนี้ ถ้าเราสร้างความเชื่อมั่นได้ต่อเนื่อง มีรัฐบาลได้เร็ว การลงทุนเริ่มมาที่ 8.1% ถ้าทำให้ต่อเนื่อง มั่นใจว่า 2% ถ้าจะเป็นขั้นต่ำ แต่จะทำได้ขนาดไหน จะมีปัจจัยภายนอกที่ผันผวนเยอะมาก ก็เป็นเรื่องท้าทาย”
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีความยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลจะรักษาเสถียรภาพทางการคลัง โดยปัจจุบันดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังเกินดุลอยู่ที่ 3.1% ของจีดีพี และได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกอย่างเอสแอนด์พี ที่ยืนยันถึงความแข็งแกร่งทางด้านการคลัง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่า ยังมีปัจจัยท้าทายจากภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับข้อมูลจากการประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม แต่ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
“รัฐบาลเปรียบสถานะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ว่า พ้นจากห้องไอซียูแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นร่างกายให้แข็งแรงเพื่อพร้อมจะวิ่งได้เต็มศักยภาพต่อไป โดยเรารู้แล้วว่า เราเอาคนป่วยออกจากไอซียู แต่จะทำให้คนป่วยกลับมาเข้มแข็งได้อย่างไร เราก็ต้องออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง ให้พร้อมวิ่งได้ ก็เป็นสิ่งสำคัญ”
#เศรษฐกิจไทย68 #จีดีพี69 #เศรษฐกิจไทย69 #จีดีพีโตเกินคาด #ข่าวจริง #thefacts #facts #fact

