1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สัปดาห์นี้ อากาศร้อนจัด 40 องศา พายุร้อนถล่มหลายจังหวัด

สัปดาห์นี้ อากาศร้อนจัด 40 องศา พายุร้อนถล่มหลายจังหวัด

SHARE THIS

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า 2-8 มี.ค.68  อากาศร้อนจัด พุ่งทะลุ 40 องศา ช่วง 6-8 มี.ค. เจอพายุฤดูร้อน หลายจังหวัดเตรียมรับมือ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ 7 วันล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 2 – 8 มีนาคม พ.ศ. 2568 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. 68 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวันโดยทั่วไป กับมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่  ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางแห่ง

 

ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. 68 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. 68 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดและควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน ส่วนในวันที่ 6  – 8 มี.ค. 68 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรและอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย

 

สำหรับคาดหมายอากาศรายภูมิภาค ระหว่างวันที่ 2 – 8 มีนาคม พ.ศ. 2568

 

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 40 องศาเซลเซียสลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.

 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 – 40 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง  อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

 

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 – 40 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน  โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 – 37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 – 38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 2 – 6 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่  ส่วนในวันที่ 7 – 8 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 2 – 6 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่  ส่วนในวันที่ 7 – 8 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

 

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 2 – 5 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ส่วนในวันที่ 6 – 8 มี.ค. อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 – 38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.

 

#อากาศร้อน #กรมอุตุนิยมวิทยา #ข่าวจริง #Thefacts #พายุฤดูร้อน #Facts #fact  #อากาศร้อนจัด #ฝนตก #อากาศร้อนจัด

 


SHARE THIS