ลูกหนี้เฮ กยศ.นัดทำสัญญาแก้หนี้ก่อน-หลังฟ้อง ปลดล็อกคนค้ำฯภายในสิ้นปี
ลูกหนี้เฮ กยศ.นัดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้-ปลดล็อกคนค้ำ ภายในสิ้นปี พร้อมชงของบประมาณเพิ่มหมื่นล้าน เติมสภาพคล่อง หลังเศรษฐกิจไม่ดี คนใช้หนี้ลด ขอกู้เพิ่ม
นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยถึงการปรับโครงสร้างหนี้ช่วยลูกหนี้ ตาม พ.ร.บ. กยศ. ใหม่ว่า กองทุนคาดว่าจะเปิดทำสัญญาระงับข้อพิพาทก่อนฟ้องและสัญญาปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ก่อนฟ้องและหลังฟ้องทุกกลุ่มเข้ามาดำเนินการได้ในช่วงปลายปีนี้ และจะปลดภาระผู้ค้ำประกันเมื่อผู้กู้ยืมเงินได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วเสร็จ โดยปัจจุบันมีผู้ยื่นความจำนงเข้าระงับข้อพิพาท ปรับโครงสร้างหนี้ แล้วกว่า 4 หมื่นราย คิดเป็นมูลหนี้เฉลี่ยรายละ 1.2 แสนบาท
ตลอดปีที่ผ่านมา กองทุนได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระของผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กฎหมายที่ได้แก้ไขใหม่ได้กำหนดให้กองทุนคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี อัตราเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันในทุกกรณี ปรับลำดับการตัดชำระหนี้ใหม่โดยหักจากเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ รวมถึงผู้กู้ยืมสามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขที่กองทุนกำหนด
นอกจากนี้ กยศ.ได้เตรียมขอใช้งบประมาณประจำปี 67 เพิ่มเติม 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพให้กับกองทุนฯ หลังจากปีนี้มีผู้กู้ยืมเข้ามาชำระหนี้ลดลงจากเป้าหมาย 2.8 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่การปล่อยกู้ยืมก็สูงขึ้นถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 13% สาเหตุที่มีการกู้ยืมเพิ่ม และใช้หนี้ลดลงมาจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบจากโควิด ทำให้ต้องการเงินนำไปใช้เพิ่ม สวนทางกับรายได้ที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม กยศ.ยืนยันว่าไม่ได้ถังแตก แต่ยังมีเงินหมุนเวียนอยู่เพียงพอหลายหมื่นล้านบาท แต่การที่ต้องของบประมาณเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นการทำไว้สำรองเสริมสภาพคล่องในการปล่อยกู้ทางการศึกษาในอนาคต ซึ่งตั้งแต่ปี 61 มานี้ กยศ.ไม่ได้ขอใช้งบประมาณจากรัฐบาลเลย”
นายชัยณรงค์ กล่าวว่า ภายในสิ้นปีนี้ กยศ.ยังเตรียมนำร่องเปิดให้กู้ยืมหลักสูตรเสริมวิชาชีพระยะสั้น โดยให้กู้สูงสุด 5 หมื่นบาท เพื่อนำไปใช้เรียนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น และสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ โดยมีเงื่อนไขเป็นคนไทยอายุ 18-60 ปี เพื่อเรียนกับสถาบันการศึกษาที่ได้รับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับสิทธิปลอดชำระหนี้นาน 2 ปี และชำระหนี้ให้หมดภายในอีก 2 ปีจากนั้น โดยช่วงแรกจะนำร่องให้เรียนหลักสูตรอาชีพบริบาล ที่เกี่ยวกับดูแลผู้สูงอายุ ผู้ช่วยแพทย์ จากนั้นจะขยายไปสู่อาชีพ ธุรกิจเวชสำอาง การเรียนภาษา นวดแผนไทย และสารพัดช่าง เป็นต้น
ปัจจุบัน กองทุนได้ให้โอกาสแก่นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศไปแล้วทั้งสิ้น 6.5 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 734,127 ล้านบาท ประกอบด้วย ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษา/ปลอดหนี้ 1,138,102 ราย ผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้ว 1,819,051 ราย ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3,548,923 ราย และผู้กู้ยืมเสียชีวิต/ทุพพลภาพ 71,518 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566) สำหรับภาพรวมการรับชำระหนี้ในปีนี้ กองทุนได้รับชำระเงินคืนจำนวน 25,719 ล้านบาท สำหรับการดำเนินการตามกฎหมายใหม่ดังกล่าว
#กยศแก้หนี้ #กยศ #ลูกหนี้กยศ #กยศของบหมื่นล้าน #แก้ข้อพิพาทกยศ #ค้ำประกันกยศ #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

