2 สิงหาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุปวิกฤตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ฟองสบู่ AI -Leveraged กระทบไทยแค่ไหน

สรุปวิกฤตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ฟองสบู่ AI -Leveraged กระทบไทยแค่ไหน

SHARE THIS

สรุป วิกฤตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ “ฟองสบู่ AI แตก – กับดัก Leveraged ETF” บทเรียนราคาแพง และความเสี่ยงต่อประเทศไทย

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ดิ่งลงอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ จากดัชนีที่เคยพุ่งทะยานจากความบ้าคลั่งในเทคโนโลยี AI กลับดิ่งลงอย่างหนักจนต้องประกาศระงับการซื้อขายฉุกเฉิน (Trading Halt) สร้างความเสียหายต่อนักลงทุนรายย่อยนับล้านคน รายงานฉบับนี้จะสรุปที่มา สาเหตุ ปัจจัยเร่ง และวิเคราะห์โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย  The Facts News ข่าวจริง พาไปติดตามกัน

จุดเริ่มต้นของวิกฤต

ในปี 2568 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในโลก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของดัชนี KOSPI

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ตลาดพลิกกลับทิศอย่างรุนแรง ดัชนี KOSPI ดิ่งลงถึง 16% ภายในเวลาเพียง 2 วัน และปรับตัวลดลงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุด จากแรงเทขายสุทธิของนักลงทุนรายย่อยและต่างชาติรวมหลายล้านล้านวอน

สาเหตุและปัจจัยสำคัญ

1.  หวังสูงเกินจริงต่อ “ฟองสบู่ AI”

  • กำไรดีแต่ไม่เคยมอบความพึงพอใจ: แม้บริษัทอย่าง SK Hynix และ Samsung จะรายงานผลกำไรไตรมาสที่เติบโตหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับไม่สูงเท่าที่ตลาดคาดหวังไว้
  • ข้อสงสัยต่อความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI): นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า การทุ่มเงินลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก จะสามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจจริงได้เร็วแค่ไหน
  • การแข่งขันจากจีน: รายงานข่าวการพัฒนาเครื่องผลิตชิปขั้นสูง (DUV Lithography) ของจีน ยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องการสูญเสียเปรียบในการแข่งขันในระยะยาว

2. กับดัก “เลเวอเรจ”

เลเวอเรจ (Leverage) คืออะไร?

เลเวอเรจ คือ การใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อ “กู้ยืมเงินหรือใช้ตราสารอนุพันธ์” มาเพิ่มอำนาจในการลงทุนเกินกว่าเงินทุนจริงที่มีอยู่ ตัวอย่างเช่น การลงทุนแบบ เลเวอเรจ 2X หากหุ้นอ้างอิงขึ้น 10% กำไรจะกลายเป็น 20% แต่ในทางกลับกัน หากหุ้นตก 10% ผลขาดทุนจะทวีคูณเป็น 20% เช่นกัน

  • ไฟเขียว Leveraged ETF: ในช่วงพฤษภาคม 2569 หน่วยงานกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ได้อนุมัติให้เปิดตัวกองทุน Single-stock Leveraged ETFs ที่อิงกับหุ้นรายตัวอย่าง Samsung และ SK Hynix ซึ่งกลายเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งในหมู่นักลงทุนรายย่อย
  • บัญชีมาร์จิน (Margin Debt): รายย่อยกู้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อมาซื้อหุ้นสูงถึงหลายสิบล้านล้านวอน
  • วงจรการบังคับขาย (Margin Call & Forced Liquidation): เมื่อราคาหุ้นร่วงลงเกินเกณฑ์ โบรกเกอร์จะสั่งเทขายหุ้นหลักประกันทันที เกิดเป็นแรงเทขายอัตโนมัติซ้ำเติมให้ราคาหุ้นดิ่งลงไปอีกอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ความเสียหายแก่ชาวเกาหลีใต้

  • สูญเงินมหาศาล: ซิตี้ (Citi) ประเมินว่านักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้สูญเสียเงินจาก Single-stock Leveraged ETFs รวมสูงกว่า 3 ล้านล้านบาท (ประมาณ 38,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
  • พอร์ตล้างและสิ้นเนื้อประดาตัว: นักลงทุนจำนวนมากขาดทุนทางบัญชีสูงถึง 60-80% รายย่อยมากกว่า 50%-70% ที่ถือหุ้น Samsung และ SK Hynix ตกอยู่ในภาวะขาดทุนหนัก
  • ปัญหาทางสังคม: แรงจูงใจในการเก็งกำไรความเสี่ยงสูงเกิดจากภาวะกดดันทางสังคม ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงเกินเอื้ออำนวย ทำให้คนรุ่นใหม่ดิ้นรนหาทางรวยข้ามคืน เมื่อพอร์ตล้างจึงเกิดวิกฤตความเครียดอย่างรุนแรง

ผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก

  1. สะเทือนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก: ความตื่นตระหนกจากเกาหลีใต้ลามไปยังตลาดหุ้นเอเชียและวอลล์สตรีท ส่งผลให้หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ เช่น TSMC, AMD, ARM และ SanDisk ปรับตัวลดลงตามกัน
  2. การตื่นรู้เรื่องความเสี่ยง AI: ทำให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังและทบทวนการประเมินมูลค่า (Valuation) ของหุ้นเทคโนโลยี AI ใหม่ทั้งหมด

ประเทศไทยมีโอกาสเกิดวิกฤตแบบนี้ไหม

เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างตลาดหุ้นไทย (SET) กับเกาหลีใต้ (KOSPI) พบว่า โอกาสเกิดวิกฤตในลักษณะเดียวกันกับประเทศไทยมีน้อยมาก เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

 

ประเด็นเปรียบเทียบ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ตลาดหุ้นไทย (SET)
โครงสร้างอุตสาหกรรม กระจุกตัวในหุ้น Tech/AI ขั้นสูง เช่น ชิปเซมิคอนดักเตอร์ กระจุกตัวในหุ้นเศรษฐกิจดั้งเดิม (Old Economy) เช่น พลังงาน ธนาคาร และท่องเที่ยว
เครื่องมือ Leveraged ETFs มี Single-stock Leveraged ETF อิงหุ้นรายตัวความเสี่ยงสูงมาก ไม่มี Single-stock Leveraged ETF ตลาดหลักทรัพย์ฯ คุมเข้มผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์
พฤติกรรมและความเสี่ยงรายย่อย รายย่อยใช้มาร์จินและตราสารเลเวอเรจสูงมาก บัญชีมาร์จินมีสัดส่วนน้อยกว่า และมีเกณฑ์ Circuit Breaker / Margin Call ที่รัดกุม

 

ข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนไทย: แม้ตลาดหุ้นไทยจะไม่เกิดวิกฤต AI Bubble โดยตรง แต่ นักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ (DR, US Stocks, Global ETFs) หรือกองทุนรวมเทคโนโลยีต่างประเทศผ่านเลเวอเรจ ยังคงต้องระมัดระวังความผันผวนจากตลาดโลกอย่างใกล้ชิด

ใช้ภาพประกอบจากการทำของ  AI

องทางติดต่อข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:

 

 

  #หุ้นเกาหลี#KOSPI#AIBubble#Leverage#หุ้นชิป#Samsung#SKHynix#เศรษฐกิจโลก#หุ้นไทย#ความเสี่ยงการลงทุน#TheFactsNews#ข่าวจริง

 


SHARE THIS