29 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ทำความรู้จัก “เมืองโบราณศรีเทพ” มรดกโลกแห่งที่ 7 ของไทย

ทำความรู้จัก “เมืองโบราณศรีเทพ” มรดกโลกแห่งที่ 7 ของไทย

SHARE THIS

ด่วน ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ประกาศขี้นทะเบียน “เมืองโบราณศรีเทพ” จ.เพชรบูรณ์ เป็นมรดกโลกแห่งที่ 7 ของไทย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2566 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 45 ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้ประกาศรับรองขึ้นทะเบียน “เมืองโบราณศรีเทพ” อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 4 โดยหัวหน้าคณะผู้แทนไทยนำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.ร่วมกันโบกธงชาติไทย และเสียงปรบมือดังสนั่นห้องประชุม

 

จากนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีเปิดคำแถลงขอบคุณที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ที่ได้ขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพ เนื่องจากมีความโดดเด่นเข้าเกณฑ์สากล และอายุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นตัวแทนความเก่าแก่วัฒนธรรมทราวดี ประเทศไทยจะร่วมกันปกป้องสถานที่อันทรงคุณค่า ซึ่งไม่เป็นเพียงสมบัติอันทรงคุณค่าของไทย แต่เป็นสมบัติของคนรุ่นหลัง และอยากเชิญชวนทุกท่านมายังเมืองโบราณศรีเทพ

 

ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม ประธานอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม  แถลงข่าวว่า กระทรวงฯ ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ได้ขับเคลื่อนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติเป็นมรดกโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เสนอเมืองโบราณศรีเทพเป็นมรดกโลกจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย

 

สำหรับเมืองโบราณศรีเทพ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 7 ของไทย  ส่วนมรดกโลกอีก 6 แห่งของไทย มีดังนี้

มรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง

  • เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
  • นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร
  • แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง

  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง
  • ผืนป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่
  • กลุ่มป่าแก่งกระจาน

 

ข้อมูลจาก บีบีซี ระบุว่า กรมศิลปากร ใช้เวลาขุดตกแต่งและบูรณะเมืองโบราณศรีเทพนาน 10 ปี แปรสภาพเนินเขากลางชุมชน กลายเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ อายุราว 1,500-1,700 ปี ซึ่งมีการประเมินว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากอินเดียเท่านั้น และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ 10 แห่งของไทยที่จัดตั้งขึ้นโดยกรมศิลปากร ในปี พ.ศ. 2527 โดยชื่อ “ศรีเทพ” เป็นการอนุโลมตามพระวินิจฉัยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย ที่ได้ทรงสันนิษฐานไว้ในคราวเสด็จตรวจราชการเพชรบูรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในปี 2447

 

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ถือเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญแห่งหนึ่งของไทย สะท้อนการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัฒนธรรมทวารวดีและเขมร ที่รุ่งเรืองนานกว่า 800 ปี ก่อนจะทิ้งร้างไปด้วยโรคระบาดร้ายแรงหรือภัยแล้ง ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่วัฒนธรรมสุโขทัยและอยุธยาจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ ในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสัก

 

สำหรับพื้นที่สำคัญของเมืองโบราณศรีเทพ ประกอบด้วยดังนี้

  • อาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดี อาคารจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้าง ที่ขุดค้นพบทางโบราณคดีเมื่อปี 2531 สะท้อนการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในระยะแรกเริ่มสมัยก่อนประวัติศาสตร์ภายในเมืองโบราณศรีเทพที่มีมากว่า 2,000 ปี ก่อนที่จะมีการพัฒนาขึ้นมาเป็นสังคมเมือง โดยการรับวัฒนธรรมทวารวดีและเขมรตามลำดับ
  • ปรางค์สองพี่น้อง สถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเขมร มีลักษณะเป็นปราสาทที่ก่อด้วยอิฐสององค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน แม้ส่วนยอดพังทลายไปจนหมดสิ้น แต่องค์เล็กยังหลงเหลือทับหลังศิลาทรายที่มีสภาพสมบูรณ์ประดับอยู่จำหลักเป็นรูปอุมามเหศวร
  • ปรางค์ศรีเทพ สถาปัตยกรรมเนื่องในวัฒนธรรมเขมร เป็นปราสาทที่ก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ อนุมานได้ว่าคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยเนื่องในศาสนาฮินดู (พราหมณ์) ลัทธิไศวนิกายในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ต่อมามีการพยายามซ่อมแซมดัดแปลงแต่ยังไม่แล้วเสร็จ เพื่อใช้เป็นศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนาลัทธิมหายานในรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
  • เขาคลังใน ศาสนสถานสำคัญประจำเมืองที่มีขนาดใหญ่ในวัฒนธรรมทวารวดี สร้างขึ้นพร้อมกับสมัยแรกสร้างเมืองในราวพุทธศตวรรษที่ 12 เพื่อเป็นศาสนสถานเนื่องในพุทธศาสนาลัทธิหินยานหรือเถรวาท แล้วต่อมาจึงได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายานในราวพุทธศตวรรษที่ 14 และใช้สอยตลอดมา จนกระทั่งเมืองถูกทิ้งร้างไปในราวพุทธศตวรรษที่ 18
  • ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ ประดิษฐานของเจ้าพ่อศรีเทพ ซึ่งเป็นที่เคารพเชื่อถือของชาวอำเภอศรีเทพและบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก โดยจะมีการจัดงานประเพณีบวงสรวงขึ้นทุกปี โดยศาลมีลักษณะเป็นอาคารไม้ทรงไทยสองหลัง อาคารด้านหน้าใช้เป็นที่ประดิษฐานเจ้าพ่อศรีเทพ ส่วนอาคารด้านหลังใช้เป็นอาคารเอนกประสงค์สร้างขึ้นเมื่อปี 2545 ส่วนองค์เจ้าพ่อนั้น เดิมใช้ประติมากรรมรูปเคารพที่ได้จากเมืองโบราณศรีเทพมาประดิษฐานเป็นองค์สมมติ แต่ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2514-2515 องค์เจ้าพ่อนั้นได้ถูกโจรกรรมไป ประชาชนที่เคารพนับถือจึงได้แกะสลักองค์เจ้าพ่อขึ้นใหม่ตามจินตนาการ และ ความเชื่อ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก บีบีซี

ขอบคุณภาพจาก กรมศิลปากร

 

#thefacts #thefactsnews #ข่าวจริง #ศรีเทพ #เมืองโบราณศรีเทพ #มรดกโลก #เพชรบูรณ์


SHARE THIS