เจาะลึก ‘รัฐสภา’ผ่าน 5 ข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ เปิดเสรียุโรป-ภูฏาน-WTO
‘รัฐสภา’ ไฟเขียวฉลุยผ่าน 5 ข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ เปิดบิ๊กดีล ดีเดย์ใช้ 2 FTA ใหม่ เปิดเสรีภาษี 0% เอฟตา ภูฏาน คาด 1 ม.ค. 70
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำความตกลงทางการค้าที่สำคัญรวม 5 ฉบับ เสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยภายหลังการอภิปรายอย่างละเอียด ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้มีมติเห็นชอบการนำเสนอเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การผ่านความเห็นชอบในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์การปฏิรูปโครงสร้างนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศครั้งใหญ่ ประกอบด้วยการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่จำนวน 2 ฉบับ ซึ่งนับเป็น FTA ฉบับที่ 15 และ 16 ของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการยกระดับความตกลง FTA เดิมอีก 2 ฉบับ และพิธีสารข้อตกลงระดับพหุภาคีอีก 1 ฉบับ เพื่อเปิดประตูการค้าและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
รายละเอียด 5 ความตกลง มีอะไรบ้าง?
1️⃣ FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA หรือ เอฟตา)
- สาระสำคัญ: การจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่กับกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปที่มีกำลังซื้อสูงมาก 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
- เป้าหมาย: มุ่งขยายโอกาสการส่งออกสินค้าและภาคบริการศักยภาพสูง พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
2️⃣ FTA ไทย-ภูฏาน
- สาระสำคัญ: การจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่เพื่อเปิดประตูการค้าและการลงทุนเชิงรุกเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียใต้
- เป้าหมาย: ทลายกำแพงภาษีและอากรนำเข้าเป็นศูนย์ทันที ช่วยลดต้นทุนภาคอุตสาหกรรมจากการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบและขยายโอกาสทางการตลาด
3️⃣ อัปเกรด FTA อาเซียน-จีน (ACFTA)
- สาระสำคัญ: การยกระดับกฎระเบียบและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเดิมให้มีความทันสมัยและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน
- เป้าหมาย: บูรณาการด้านพิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มบทบัญญัติใหม่ 5 บทสำคัญรองรับเมกะเทรนด์โลก
4️⃣ อัปเกรดความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA)
- สาระสำคัญ: มุ่งปรับปรุงความตกลงการค้าสินค้าเดิมเพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้าและลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers)
- เป้าหมาย: ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการค้า เพิ่มความโปร่งใส และรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน
5️⃣ พิธีสารแก้ไขความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO)
- สาระสำคัญ: การเข้าเป็นสมาชิกความตกลงพหุภาคีระดับสากลเพื่อขับเคลื่อนมาตรการร่วมกันในเวทีโลก
- เป้าหมาย: เพื่อทำการผนวกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง (Agreement on Fisheries Subsidies) มุ่งเน้นการทำประมงอย่างยั่งยืน
เจาะลึก FTA ไทย-เอฟตา เปิดเสรียุโรปครั้งแรก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปิดเผยว่า ความตกลงการค้าเสรีกับเอฟตา (EFTA) ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดทำ FTA ของไทย เนื่องจากเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยจัดทำกับกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป โดยเอฟตามีสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูงมาก ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าหมายที่จะร่วมให้สัตยาบันให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้ความตกลงเริ่มมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 1 มกราคม 2570
ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ประเทศไทยจะได้รับจาก EFTA:
- มาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าทันที: เอฟตาจะยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจำนวนมากให้กับไทยทันทีเมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้ เพิ่มแต้มต่อในตลาดยุโรปอย่างมหาศาล
- โอกาสของภาคบริการระดับไฮเอนด์ (High-end Services): เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านการบริการและสินค้าส่งออกที่ไทยมีศักยภาพสามารถขยายตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม
- ติดปีกมาตรฐานไทยสู่สากล: การลงทุนและการค้ากับเอฟตาจะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับมาตรฐานสินค้าและกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล
- สะพานเชื่อมสู่สากล: เป็นรากฐานสำคัญในการเปิดประตูการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ที่ไทยกำลังเจรจา FTA อยู่ รวมถึงช่วยเตรียมความพร้อมของไทยสู่การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในอนาคต
FTA ไทย-ภูฏาน อากรนำเข้าเหลือ 0%
สำหรับความตกลง FTA ไทย-ภูฏาน มีเป้าหมายในการมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 เช่นเดียวกัน โดยสาระสำคัญคือทั้งสองฝ่ายจะยกเว้นอากรนำเข้าทันทีเมื่อความตกลงมีผลใช้บังคับ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการเข้าถึงวัตถุดิบจากภูฏานมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยสู่ภูมิภาคเอเชียใต้
สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด:
- กลุ่มยานยนต์และอุตสาหกรรมหนัก: ยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ, เคมีภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง
- กลุ่มเกษตรแปรรูปและเครื่องดื่ม: น้ำผลไม้, ผลไม้อบแห้ง, เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารปรุงแต่งต่าง ๆ
- กลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์: สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย
- นวัตกรรมแห่งอนาคต: เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
5 บทบัญญัติปฏิวัติการค้าอาเซียน
สำหรับการยกระดับความตกลง ACFTA เป็นการยกระดับกฎระเบียบและความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ทันสมัยและเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น โดยครอบคลุมเกณฑ์พิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ รวมถึงมีการเพิ่มบทบัญญัติใหม่อีก 5 บท ได้แก่:
- เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)
- เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
- การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค
- ความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน
- การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่ม MSMEs
ซึ่งกลไกเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการค้า ลดต้นทุนทางธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายโอกาสทางการค้าไปยังตลาดโลกได้มากขึ้น
ขณะที่การปรับปรุงความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) จะมุ่งเน้นลดอุปสรรคที่มิใช่ภาษี ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการค้า เพิ่มความโปร่งใสในการกำกับดูแล และเพิ่มความร่วมมือในประเด็นการค้ายุคใหม่ อาทิ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) การรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในช่วงวิกฤต
ผนวกข้อตกลง WTO ห้ามอุดหนุนประมง IUU
ในส่วนของฉบับสุดท้าย คือการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมงภายใต้ WTO ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การห้ามอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการที่ทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน หรือไร้การควบคุม (IUU Fishing) จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำทางทะเลและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้แก่ชาวประมงและผู้ประกอบการไทยในเวทีการค้าโลกได้อย่างมั่นคง

อัปเกรดความตกลง ATIGA มีอะไรบ้าง?
ปฏิวัติพิธีการศุลกากรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization)
- การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล: มุ่งส่งเสริมและยกระดับการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการทางศุลกากรและการขนส่งสินค้าข้ามแดน อาทิ การเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และเอกสารผ่านแดนอื่น ๆ
- ประโยชน์ของไทย: ช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านศุลกากรของประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทลายกำแพงอุปสรรคที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers: NTBs)
- การเพิ่มความโปร่งใส: ปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลและจัดตั้งระบบการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่มีประสิทธิภาพและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศสมาชิกนำมาตรการทางเทคนิค หรือข้อกำหนดภายในมาใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันสินค้า
- ประโยชน์ของไทย: สินค้าส่งออกดาวเด่นของไทยจะไม่ถูกดึงเช็งหรือโดนกัก ณ ด่านนำเข้าจากมาตรการแฝงที่ไม่เป็นธรรม ช่วยให้ภาคเอกชนวางแผนโลจิสติกส์ได้อย่างแม่นยำ
การรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานในภาวะวิกฤต (Supply Chain Resilience)
- การรับมือวิกฤตการณ์: ถอดบทเรียนจากสถานการณ์โรคระบาดและภัยพิบัติในอดีต โดยเพิ่มข้อตกลงในการรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และการันตีช่องทางพิเศษในการเข้าถึง “สินค้าจำเป็น” (Essential Goods) เช่น เวชภัณฑ์ ยา และอาหาร ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ระดับภูมิภาค
- ประโยชน์ของไทย: ความมั่นคงทางธุรกิจของไทยจะไม่หยุดชะงัก และสามารถเข้าถึงวัตถุดิบรวมถึงส่งออกสินค้าจำเป็นได้แม้ในยามเกิดเหตุฉุกเฉิน
บูรณาการประเด็นการค้ายุคใหม่ (Modern Trade Issues)
- การเติบโตอย่างยั่งยืน: เป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุและเพิ่มความร่วมมือในมิติใหม่ ๆ เข้าไปในความตกลงสินค้าอาเซียน โดยเฉพาะเรื่อง สิ่งแวดล้อม (Environment) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
- การหนุนรายย่อย: มุ่งเน้นนโยบายพัฒนาและส่งเสริมการเข้าถึงตลาดต่างประเทศของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เพื่อไม่ให้ประโยชน์กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มทุนใหญ่
.
📌 เกาะติดนโยบายเขตการค้าเสรีสากล สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร และข่าวสารเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:
- 🌐 Website : the-facts-news.com
- 📘 Facebook : The Facts News FB
- 🕊️ Twitter (X) : The Facts News TW
- 💬 Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
.
#ข้อตกลงการค้า5ฉบับ #FTA #เอฟทีเอ #การค้าเสรี #เอฟตา #EFTA #ไทยภูฏาน #ACFTA #ATIGA #WTO #ส่งออกเสรียุโรป #ยกเว้นภาษีนำเข้า #เศรษฐกิจดิจิทัล #เศรษฐกิจสีเขียว #IUURegulation #กระทรวงพาณิชย์ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ข่าวเศรษฐกิจ #TheFactsNews #ข่าวจริง

