อ่านก่อน รู้ทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ถูกดูดเงินเกลี้ยงบัญชี
จากมีกรณีมีประชาชนหลายรายประสบปัญหาเงินหายจากบัญชีที่มีการผูกกับบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือมีการซื้อของออนไลน์ โดยไม่ทราบสาเหตุ และกำลังเป็นเรื่องราวใหญ่โตอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลของทางธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์เพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้น
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เผยข้อคำแนะนำถึงประชาชน ในการลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ป้องกันไม่ให้เงินหายออกจากบัญชี โดยแยกได้เป็น 2 วิธี ดังนี้
วิธีทางออนไลน์
- ไม่ผูก บัตรเครดิต/เดบิต กับเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะเสี่ยงต่อการที่ข้อมูลบัตรจะรั่วไหล หรือถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
- หากจำเป็นต้องนำ บัตรเครดิต/เดบิต ไปผูกข้อมูล ควรจะกำหนดวงเงินของบัตรที่ทำการผูกข้อมูลให้น้อยที่สุดและเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเป็นการจำกัดวงเงินความเสียหายหากกรณีเกิดปัญหาขึ้น
- สมัครบริการส่งข้อความแจ้งเตือน (SMS Alert)กับทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงิน เมื่อมีการทำธุรกรรมผ่าน บัตรเครดิต/เดบิต เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติได้รวดเร็ว
วิธีทางออฟไลน์
- แนะนำหาสติกเกอร์ หรือวัตถุอื่น มาปิดบังหมายเลขหลังบัตรเครดิต (CVV) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่น เช่น พนักงานห้างสรรพสินค้า พนักงานสถานีบริการน้ำมันฯลฯ นำหมายเลขดังกล่าวพร้อมข้อมูลหน้าบัตรไปใช้ให้เกิดความเสียหาย
- หมั่นตรวจสอบรายการธุรกรรมของบัตรของตนอย่างสม่ำเสมอ หากมีรายการธุรกรรมที่ผิดปกติ ควรแจ้งทางธนาคารทราบ เพื่อทำการอายัดบัตร และตรวจสอบการทำธุรกรรม
- หากพบว่า มีรายการธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งทางธนาคารเพื่อทำการอายัดบัตร และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ

