‘ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ รามาฯ–ธนารักษ์’ พลิกโฉม ต้นแบบที่พักอาศัยแห่งอนาคต
อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งมีการประมาณการณ์ว่าอีกไม่ถึง 20 ปีข้างหน้า ในปี 2583 จำนวนประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน หรือมากถึง 30% ของจำนวนประชากรในประเทศไทย
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 จึงมีมติเห็นชอบมาตรการจัดสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Complex) บนที่ดินราชพัสดุ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีกรมธนารักษ์ เป็นผู้ดำเนินการ คัดเลือกที่ราชพัสดุมาสนับสนุนก่อสร้างโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร และนำร่องนำที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป.623 (บางส่วน) และ สป.646 (บางส่วน) ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 72-1-97 ไร่ มาเริ่มจัดทำเป็นโครงการแรก ผ่านความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


ภายในพื้นที่ดังกล่าว ได้ออกแบบเพื่อสร้างเป็นที่พักอาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ 3 องค์ประกอบเชื่อมโยงกัน ได้แก่
(1) ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (Hospice Zone) เนื้อที่ 41-1-90 ไร่
(2) พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นหรือฟื้นฟูสุขภาพ (Nursing Home Zone) เนื้อที่ 11-0-07 ไร่
(3) ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย และพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Zone) ภายใต้ชื่อ “ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์” จำนวนเนื้อที่ 20-0-00 ไร่


โครงการซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์ จึงถือเป็นต้นแบบที่พักอาศัยโครงการแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบ ก่อสร้างสำหรับผู้สูงอายุโดยตรง ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ให้บริการ ภายใต้แนวคิดธรรมชาติบำบัด รายล้อมด้วยแมกไม้พันธุ์พืชนานาชนิด ตลอดจนการออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง สอดคล้องการทำกิจกรรมที่หลากหลาย สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว
อีกทั้งยังมีอาคารที่พักอาศัย ที่ออกแบบภายใต้หลักยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 921 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยประมาณ 31.71 – 49.66 ตารางเมตร ต่อห้อง เป็นอาคาร 8 ชั้น จำนวน 7 อาคาร มีพื้นที่ส่วนกลางมีทั้ง คลับเฮ้าส์ ห้องภาวนา พื้นที่ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ ห้องพยาบาล และสิ่งอำนวย รวมถึงพื้นที่ส่วนที่สามเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม ซึ่งกรมธนารักษ์ ได้กำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ เฉพาะผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 58 ปี ณ วันที่จองสิทธิ และมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพักอาศัยจริง



กรมธนารักษ์ได้เปิดให้มีการจอง ในสมัยนายยุทธนา หยิมการุณ เป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างดี มียอดจองเข้ามาแล้วกว่า 514 ห้อง มากกว่าครึ่ง และมีห้องคงเหลือจำนวน 407 ห้อง ประกอบด้วย ห้องระดับราคา 1.82 ล้านบาท มีห้องคงเหลือ 60 ห้อง ระดับราคา 1.99 ล้านบาท มีห้องคงเหลือ 207 ห้อง ส่วนห้องในระดับราคา 2.10 ล้านบาท จำนวน 23 ห้อง ได้ถูกจองเต็มหมดแล้ว
ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบโจทย์กับความต้องการของผู้พักอาศัย ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร (senior complex) ซึ่งมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน จึงมีการพิจารณาปรับจำนวนยูนิตและขนาดของพื้นที่ใช้สอยให้ตรงกับความต้องการของประชาชน โดยมอบให้บริษัทสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด หารือร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ปรับเปลี่ยนออกแบบห้องพักให้ใหญ่ขึ้น โดยการยุบรวมห้องขนาดเล็ก 2 ห้อง เพื่อให้ได้พื้นที่เป็นห้องขนาดใหญ่ 1 ห้อง ขนาด 45-47 ตารางเมตร


ขณะเดียวกันได้ให้ ธพส. เร่งดำเนินการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการ ทั้งถนนคอนกรีตเข้าในโครงการ การปรับภูมิทัศน์ สร้างห้องตัวอย่างในแต่ละระดับราคา เพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมโครงการและรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องได้ รวมถึงแผนการให้บริการดูแลสุขภาพแบบครบวงจรผ่านรูปแบบเอนิเมชัน เพื่อให้ได้รับชมก่อนตัดสินใจ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านช่องทางต่างๆ เพิ่มขึ้นผ่านทาง LINE Official , Facebook
ที่สำคัญด้วยทำเลของที่ตั้งอยู่ทำเลใจกลางเมือง มีระบบสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสีเขียว และมีโรงพยาบาลจักรีนฤบดินทร์ที่อยู่ใกล้เคียง จึงเชื่อมั่น โครงการ ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ รามาฯ–ธนารักษ์ จะเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ และกลายเป็นโครงการต้นแบบสำคัญ ในการสร้างที่พักอาศัยรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยได้ในอนาคตอย่างแท้จริง



