รัฐบาลอัดงบกลาง 2.3 หมื่นล.ช่วยน้ำท่วม มท.ปลดล็อกท้องถิ่น เบิกจ่ายเร่งด่วนได้
รัฐบาล อัดงบกลาง 2.3 หมื่นล้าน เยียวยาน้ำท่วม ยันน้ำท่วมครั้งนี้ เสียหายไม่เท่าปี 54 ด้านมหาดไทย ปลดล็อกท้องถิ่น เบิกจ่ายงบช่วยชาวบ้านในสถานการณ์เร่งด่วนได้
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อเร่งช่วยเหลือและเยียวยา โดยระบุความเดือดร้อนเบื้องต้นที่จะต้องเร่งช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้เตรียมงบประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาทไว้เพื่อดูแลประชาชนในเบื้องต้นแล้ว
ทั้งนี้ งบประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท เป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2566 ซึ่งหลังจากน้ำลดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ต้องเร่งสำรวจความเสียหาย และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ และทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อเร่งเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบราชการ ตามที่จะสามารถดำเนินการได้
“เรื่องความเดือดร้อนและเสียหายรัฐบาลจะเข้าดูแลทุกมิติในงบกลางวงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท เป็นการเยียวยาครัวเรือน ในเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนการดูแลในเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ เบื้องต้นมีหน่วยงานทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และภาคประชาชน ได้เข้าดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณทุกภาคส่วน และต้องรอให้น้ำลดจะเร้งสำรวจ เพื่อประมาณการความเสียหายทั้งหมด และยืนยันปีนี้น้ำท่วมไม่หนักเท่ากับปี 2554W
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ลงนามโดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 ให้ครอบคลุมสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงได้เพิ่มหมวดที่ 5/1 คือการให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ ดังนี้
ข้อ 15/1 “กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านอื่น ๆ เพื่อฟื้นฟูเยียวยา สงเคราะห์และบรรเทาผลกระทบของประชาชน ให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาช่วยเหลือประชาชนได้ตามความจำเป็น และเหมาะสม ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐกำหนด โดยให้คำนึงถึงสถานะการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย” ให้มีผลบังคับใช้ได้ตั้งแต่ 12 ต.ค.2565 เป็นต้นไป
ขอบคุณภาพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

