เริ่มแล้ว ขนส่ง ใช้เกณฑ์ใหม่ จับควันดำท่อไอเสีย โทษปรับ 5,000-ห้ามใช้รถ
ขนส่งทางบก เริ่มใช้เกณฑ์ตรวจวัดควันดำจากท่อไอเสียใหม่ ตรวจด้วยระบบวัดความทึบแสงห้ามเกินร้อยละ 30 ระบบกระดาษกรองห้ามเกินร้อยละ 40 จับจริงปรับ 5พัน ห้ามใช้รถ
นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เผยว่า ขณะนี้เกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์แบบใหม่ ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนั้น กรมการขนส่งทางบก จึงได้ปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานค่าควันดำและวิธีการตรวจวัดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนด โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
- กรณีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 30 จากเดิม ร้อยละ 45
- กรณีตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรอง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ ค่าควันดำสูงสุดไม่เกินร้อยละ 40 จากเดิม ร้อยละ 50
- เกณฑ์การตรวจควันดำใหม่ เริ่มมีผลบังคับใช้กับการตรวจวัดควันดำรถที่มาดำเนินการตรวจสภาพรถก่อนจดทะเบียน หรือตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่ง และสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ทุกแห่งแล้ว
นายเสกสม กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจวัดค่าควัน จะมีผลบังคับใช้กับสำนักงานขนส่ง และสถานตรวจสภาพรถ รวมถึงนำไปใช้ตรวจควันดำบนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ โดยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดความทึบแสง มีค่าควันดำเกินร้อยละ 30 หรือตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง แล้วมีค่าควันดำ เกินร้อยละ 40 จะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด 5,000 บาท และสั่งห้ามใช้รถด้วยการพ่นข้อความ “ห้ามใช้” จนกว่าเจ้าของรถจะนำรถไปแก้ไขสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินกำหนด และนำมาตรวจสภาพอีกครั้งจนกว่าจะผ่าน


