19 มิถุนายน 2026
Home » ข่าวเด่น » เตือนกินหมูสุกๆ ดิบๆ ระวัง”ไข้หูดับ” ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ

เตือนกินหมูสุกๆ ดิบๆ ระวัง”ไข้หูดับ” ปีนี้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ

SHARE THIS

 

กรมควบคุมโรค เตือนสงกรานต์นี้ กินหมูดิบ ลาบ หลู้หมูดิบ ปิ้งย่างสุกๆ ดิบๆ ระวังเป็นโรค”ไข้หูดับ” เผยปีนี้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ

 

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ หลายครอบครัวมีการรับประทานร่วมกัน และอาจมีเมนูสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ อาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ โดยสถานการณ์ของโรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 เม.ย.65 พบผู้ป่วย 81 ราย เสียชีวิต 7 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมาคืออายุ 55-64 ปี และ 45-54 ปี ตามลำดับ ภาคที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ นครราชสีมา พะเยา อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และตาก

 

ทั้งนี้ โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และเลือดของหมูที่กำลังป่วย สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ

1.เกิดจากการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ

2.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา หรือการสัมผัสเลือดของหมูที่กำลังป่วย

 

อาการไข้หูดับ  

หลังจากได้รับเชื้อ 3-5 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูให้ทราบ หากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้ นอกจากนี้กลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยรุนแรง เนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น

 

วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ  

1.บริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน หากรับประทานอาหารปิ้งย่าง แยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบออกจากกัน ไม่ใช้เขียงของดิบและของสุกร่วมกัน

2.เลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ

3.ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ขณะทำงานควรสวมรองเท้าบู๊ตยางและสวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

 


SHARE THIS