สงครามปะทุอีกครั้ง สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากสู้รบ น้ำมันพุ่ง-หุ้นดิ่งทั่วโลก
วิกฤตโลกเดือด สงคราม ปะทุ! สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากระลอกใหม่ “ทรัมป์” ฉีกข้อตกลงหยุดยิง ดันน้ำมันพุ่ง 6% -หุ้นดิ่งทั่วโลก
รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึง CNN ได้รายงาน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงสู้รบกันอีกครั้ง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตีเป้าหมายทางทหารกว่า 80 จุด ทางตอนใต้ของอิหร่านอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อตอบโต้กรณีที่เรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีอย่างหนักขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้าน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ตอบโต้อย่างสาสมด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ จำนวน 85 จุด ที่ตั้งอยู่ในประเทศบาห์เรนและคูเวต ส่งผลให้ประธานาธิบดีมาซู๊ด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ต้องยกเลิกภารกิจในประเทศอิรักและบินด่วนกลับประเทศทันทีเพื่อบัญชาการรับมือสถานการณ์สงคราม
“ทรัมป์” กร้าวกลางเวที NATO
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ณ เมืองอังการา ประเทศตุรกี ว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ ลงนามร่วมกับอิหร่าน ณ พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน หรือเพียง 3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้ “สิ้นสุดลงแล้ว”
ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์ผู้นำอิหร่านอย่างรุนแรง โดยเปรียบเปรยว่าเป็น “มะเร็งร้าย” ที่ต้องได้รับการผ่าตัดออกโดยเร็ว และระบุว่าการส่งตัวแทนไปเจรจาทางการทูตหลังจากนี้เป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า แม้จะยังเปิดโอกาสให้ทีมเจรจาภายใต้ รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ดำเนินการตามกรอบเวลา 60 วัน แต่ทรัมป์เน้นย้ำว่าต้องการจัดการตามแนวทางเด็ดขาดขั้นรุนแรง
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุด โดยยกเลิกมาตรการผ่อนปรนให้อิหร่านผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทันที โดยคำสั่งคว่ำบาตรนี้จะมีผลไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นอย่างน้อย ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาโต้กลับและประณามวอชิงตันว่าเป็น “ผู้ฉีกสนธิสัญญา” และต้องรับผิดชอบต่อการยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้
เอฟเฟกต์สงคราม! น้ำมันพุ่งพรวด
คำประกาศกร้าวและการรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกทันที โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างรุนแรง:
- น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent): พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.4 ไปอยู่ที่ 78.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบ WTI: ทะยานขึ้นร้อยละ 6.5 ปิดที่ 74.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนแซกโซ (Saxo) เตือนว่า โลกอาจต้องเผชิญกับภาวะ “Stagflation” หรือภาวะที่อัตราเงินเฟ้อสูงแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกต่างปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าดิ่งลงร้อยละ 1.3 ดัชนีแนสแด็กล่วงหน้าร่วงร้อยละ 1.6 ส่วนตลาดหุ้นในยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2 – 5.4 มีเพียงตลาดหุ้นฮ่องกงที่สวนกระแสปิดบวกได้ร้อยละ 3
ห้ามบินผ่านน่านฟ้า
ผลจากการยกระดับความขัดแย้งเชิงอาวุธในครั้งนี้ ส่งผลให้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกกำหนดการเดินทางเยือนประเทศอิสราเอลอย่างกะทันหัน ซึ่งเดิมทีมีกำหนดเข้าพบ เบนจามิน เนทานยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงและการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้แก่ตุรกี
ขณะเดียวกัน สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) ได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด แนะนำให้สายการบินพาณิชย์ทั้งหมด หลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าประเทศอิหร่าน อิรัก และเลบานอน โดยมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่น่านฟ้าดังกล่าวจะกลายเป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารที่เป็นอันตรายต่ออากาศยานพลเรือน
📌 ติดตาม “The Facts News” ได้ทุกช่องทางออนไลน์:
- 🌐 Website : the-facts-news.com
- 📘 Facebook : The Facts News FB
- 🕊️ Twitter (X) : The Facts News TW
- 💬 Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
#สหรัฐอิหร่าน #สงคราม #โดนัลด์ทรัมป์ #ราคาน้ำมันพุ่ง #คว่ำบาตรน้ำมัน #หุ้นตก #ตะวันออกกลางระอุ #ความขัดแย้งระหว่างประเทศ #วิกฤตเศรษฐกิจโลก #เดอะแฟกต์นิวส์ #TheFactsNews #ข่าวจริง

