แพงไม่ไหวแล้ว ข้าวแกงขึ้นราคา 5-10 บ. ดันเงินเฟ้อ เม.ย.สูงรอบ 38 เดือน
แพงไม่ไหวแล้ว ข้าวแกง จานด่วน ราคาแพงขึ้นทั้งแผ่นดินจานละ 5-10 บาท ดันเงินเฟ้อ เม.ย. 69 พุ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน
สถานการณ์ค่าครองชีพของคนไทยก้าวเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างหนัก เมื่อกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดที่พุ่งทะยานทำสถิติใหม่ โดยมีตัวจุดชนวนสำคัญคือ “ราคาอาหาร” และ “พลังงาน” ที่ปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าของประชาชนตั้งแต่มื้อเช้ายันมื้อเย็น
ทุบสถิติรอบ 3 ปี! เงินเฟ้อ เม.ย. 69 พุ่งแรง 2.89%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อประจำเดือนเมษายน 2569 พบว่าดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 103.03 หรือขยายตัวสูงขึ้นถึง 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นระดับที่ สูงที่สุดในรอบ 38 เดือน
ปัจจัยฉุดรั้งหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ได้รับแรงกระแทกโดยตรงจากการสู้รบในตะวันออกกลาง และความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายสำคัญของโลก เมื่อน้ำมันแพง “ต้นทุนแฝง” จึงกระจายไปสู่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะค่าโดยสารสาธารณะที่ปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน รถรับส่งนักเรียน รถตู้ รถเมล์ปรับอากาศ ไปจนถึงรถไฟฟ้า
ข้าวแกงแพงทั้งแผ่นดิน! จานด่วนขยับราคา 5-10 บาท
ไฮไลต์ที่น่ากังวลที่สุดคือ “ราคาอาหารปรุงสำเร็จ” หรืออาหารจานด่วน ซึ่งมีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อสูงถึง 14.86% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้น 2.51% และเป็นการปรับขึ้นแบบกระจายตัวไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากการสำรวจพบสถิติที่น่าตกใจดังนี้:
- กลุ่มอาหารราคา 30-40 บาท: มีการปรับขึ้นราคาไปแล้วถึง 72 จังหวัด
- กลุ่มอาหารราคา 41-50 บาท: ปรับราคาขึ้นใน 68 จังหวัด
- กลุ่มอาหารราคา 51-60 บาท: เริ่มขยับขึ้นแล้วใน 8 จังหวัด
โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยต้องจ่ายค่าอาหารแพงขึ้นจานละ 5-10 บาท สาเหตุสำคัญมาจากผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนไม่ไหว ทั้งจากราคาเนื้อสัตว์ ผักสดที่แพงขึ้นเพราะสภาพอากาศร้อนจัด รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่พุ่งตามราคาน้ำมัน สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคือ “ราคาอาหารเมื่อปรับขึ้นแล้วมักจะลงยาก” แม้ในอนาคตต้นทุนจะลดลงก็ตาม
สำรวจตะกร้าสินค้า: ของแพงคุมพื้นที่ 251 รายการ
จากการติดตามราคาสินค้าทั้งหมด 464 รายการ พบว่ามีสินค้าที่ปรับราคา
- “สูงขึ้น” ถึง 251 รายการ อาทิ ค่าเช่าบ้าน กาแฟผงสำเร็จรูป และค่าโดยสารต่าง ๆ
- สินค้าเพียง 42 รายการที่ราคาทรงตัว เช่น ค่าน้ำประปา และเบี้ยประกันภัยในทางกลับกัน
- สินค้า 171 รายการที่ราคาลดลง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและน้ำยาระงับกลิ่นกาย ซึ่งอาจช่วยลดภาระได้บ้างในส่วนของใช้ส่วนตัว แต่ไม่สามารถชดเชยค่าอาหารและค่าเดินทางที่กินสัดส่วนใหญ่ของรายได้ในแต่ละวันได้
จับตาเดือน พ.ค. จ่อพุ่งต่อ 3% คาดเงินเฟ้อทั้งปีอาจแตะระดับสูงสุด
สำหรับแนวโน้มในเดือนพฤษภาคม 2569 สนค. คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังคงบวกต่อเนื่องไปที่ 3.06% เนื่องจากปัจจัยลบด้านราคาน้ำมันขายปลีกและต้นทุนวัตถุดิบอาหารยังไม่คลี่คลาย แม้ภาครัฐจะพยายามประคองสถานการณ์ผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ เช่น โครงการไทยช่วยไทย หรือการลดค่าไฟฟ้า แต่แรงกดดันจากสงครามยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
ทั้งนี้ สนค. ได้แบ่งฉากทัศน์เงินเฟ้อปี 2569 ไว้เป็น 2 กรณี:
- กรณีสถานการณ์ปัจจุบัน: หากการสู้รบไม่รุนแรงไปกว่านี้ เงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 50-2.50% (ค่ากลาง 2%)
- กรณีวิกฤตรุนแรง: หากการสู้รบยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่องเกิน 3 เดือน และราคาอาหารจานด่วนขยับตัวเป็นวงกว้างกว่าเดิม อัตราเงินเฟ้อทั้งปีมีสิทธิ์พุ่งทะลุไปถึง 50-3.50% (ค่ากลาง 3%)
ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องเร่งหามาตรการมารับมือกับ “สึนามิค่าครองชีพ” ที่กำลังซัดกระหน่ำปากท้องคนไทยอยู่ในขณะนี้
#ข่าวจริงthefacts #TheFactsNews #เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ #ของแพง #อาหารจานด่วน #น้ำมันแพง #เศรษฐกิจไทย #เงินเฟ้อ69 #ปากท้องประชาชน #พาณิชย์ #ข่าวเศรษฐกิจ

