18 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » เช็กสภาพอากาศสัปดาห์นี้ เจอทั้งฝน ทั้งร้อนสูงสุด 37 องศา

เช็กสภาพอากาศสัปดาห์นี้ เจอทั้งฝน ทั้งร้อนสูงสุด 37 องศา

SHARE THIS

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่าง 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ฝนตกหนักหลายพื้นที่ อากาศร้อนจัด 37 องศา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ 7 วันล่วงหน้าระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง

 

ทั้งนี้เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน

 

สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน บริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เนื่องจากลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมในบริเวณดังกล่าว

 

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีลมตะวันตกและลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

 

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้

สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

 

สำหรับคาดหมายอากาศรายภาค 23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม พ.ศ. 2569

 

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.พ. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 36 องศาเซลเซียส  ในวันที่ 26 – 27 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ส่วนในวันที่ 28 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  อุณหภูมิต่ำสุด 18 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส

 

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง  ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 38 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ส่วนในวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ลมใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 36 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

 

ส่วนในช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 36 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 23 – 25 ก.พ. 69 มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง  ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน  ลมใต้ ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 36 องศาเซลเซียส

 

#อากาศร้อน #ฝนตกหนัก #พายุฤดูร้อน #ฤดูฝน #น้ำท่วม #กรมอุตุนิยมวิทยา #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews #พายุ #พรุ่งนี้ฝนตกไหม #Facts #fact  

 


SHARE THIS