รู้จักอันตรายจาก แคดเมียม หลังพบซุกซ้อนในตาก สมุทรสาคร ชลบุรี
รู้จัก อันตรายจากสารแคดเมียม มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร ป้องกันได้แค่ไหน หลังตรวจพบ ในจ. ตาก สมุทรสาคร และชลบุรี กว่า 1 หมื่นตัน
จากกรณีกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงข้อมูลมีบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ขาย และขนย้ายกากแร่สังกะสีและกากแร่แคดเมียม 13,000 ตัน ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยพบการซุกซ่อนกากแคดเมียมและกากสังกะสีในโรงงานนับพันถุงประมาณ 2,500 ตัน นอกจากนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แจ้งว่ากำลังตรวจพบถุงบิ๊กแบ็ก ตั้งอยู่ ตำบลคลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะเป็นกองกากแคดเมียมที่มาจากโรงงานที่สมุทรสาครอีก 4,200 ถุง น้ำหนัก 6,720 ตัน
ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง จะพาไปทำความรู้จักสารแคดเมียม และอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากมีการรับสารดังกล่าวเข้าไปในร่างกาย
แคดเมียม คืออะไร
- ที่จริงแร่ “แคดเมียม” มีมานานแล้ว เป็นโลหะหนัก พบปนอยู่กับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น แร่สังกะสี แร่ตะกั่ว หรือทองแดง ในการทำเหมืองสังกะสี จะได้แคดเมียมออกมาด้วย สามารถพบแร่แคดเมียมได้ในอาหาร น้ำ เหมือง และส่วนน้ำทิ้ง น้ำเสีย หรือกลุ่มผู้สูบบุหรี่ และยังสามารถพบกากแร่แคดเมียมในสีที่ผสมใช้กับบ้านหรืออาคาร
- หากแคดเมียมถูกความร้อนที่ 321 องศาเซลเซียส จะเกิดเป็นควันกระจายสู่สิ่งแวดล้อม เมื่อร่างกายสูดดมเข้าไป จะทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปอด ไต และตับ จะถูกทำลาย ถ้าหากหายใจควันเข้าไปในปอด จะมีอาการเจ็บคอ หายใจสั่น มีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลด โลหิตจาง การหายใจจะลำบากมากขึ้นจนถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด
- อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่มีการผลิตแคดเมียม แต่มีแคดเมียมที่เป็นผลมาจากการผลิตของโรงงานสังกะสี จังหวัดตากในรูปของ Cadmium residue และพบการปนเปื้อนสารแคดเมียมมากในตะกอนดินที่ ห้วยแม่ตาว ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ระดับสารแคดเมียมในดินและนาข้าวเกินค่ามาตรฐาน
สำหรับพิษภัยของแคดเมียม เข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทางหลัก คือ
- ทางจมูก จากการหายใจเอาควันหรือฝุ่นของแคดเมียมเข้าไป เช่นผู้ที่ทำงานในเหมืองแร่ โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้แคดเมียม และที่สำคัญจากการสูบบุหรี่หรืออยู่ใกล้ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่
- ทางปาก จากการบริโภค อาหารที่มีการปนเปื้อนแคดเมียม เช่น ข้าวที่ปลูกบนดินที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียมอยู่ สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อน เนื้อหรือนมจากวัวที่กินหญ้าที่เกิดจากดินที่มีการปนเปื้อน
การรักษาเบื้องต้น หากร่างกายได้รับแคดเมียมจากการ บริโภคอาหาร ให้ปฏิบัติดังนี้ ดื่มนมหรือบริโภคไข่ที่ตีแล้ว เพื่อลดการระคายเคืองของทางเดิน อาหาร หรืออาจทําให้ถ่ายท้องด้วย Fleet’s Phosphosoda (เจือจาง 1:4 ด้วยนํ้า) 30-60 มิลลิกรัม เพื่อลดการดูดซึมแคดเมียม
พิษของแคดเมียม มีผลต่ออวัยวะที่สำคัญ
- พิษต่อไต โดยจะมีการอักเสบที่ไต ทำให้ไตสูญเสียการทำงาน เนื่องจากมีการสะสมของแคดเมียมอยู่ และอาจทำให้เกิดไตวายเรื้อรังได้ในที่สุด ซึ่งการเกิดความผิดปกติของไตนี้จะเป็นแบบถาวร แม้ไม่ได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายแล้วไตก็ไม่สามารถกลับคืนสภาพเดิมได้
- พิษต่อกระดูก คือ แคดเมียมจะเข้าไปสะสมอยู่ในกระดูก เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนและอาจมีอาการปวดกระดูกอย่างมากโดยเฉพาะที่กระดูกสะโพก ซึ่งเป็นอาการของโรคอิไต – อิไต โดยคนกลุ่มนี้จะมีอาการกระดูกเปราะ แตกหักง่าย และเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้แคดเมียมยังมีส่วนที่ทำให้อาการของโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลักษณะอาการหลังรับแคดเมียม
- เฉียบพลัน กรณีหายใจเอาไอหรือฝุ่นของฝุ่นของแคดเมียมที่มีอยู่ในอากาศเข้าไปเป็นจำนวนมาก อาการ คือ เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ไอ เจ็บหน้าอก เหงื่อออก สั่น กรณีเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานจะเกิดอาการคลื่นเหียน อาเจียน และท้องร่วงคล้ายอาหารเป็นพิษ
- เรื้อรัง เกิดจากการได้รับแคดเมียมจากการหายใจ รับประทาน หรือดูดซึมผ่านทางผิวหนังเป็นประจำ เมื่อแคดเมียมเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของโลหิตแล้วจะไปทำลายปอดทำให้ปอดบวม ทำลายตับและไต แคดเมียมส่วนหนึ่งจะไปเคลือบอยู่ตามเหงือกและคอฟัน อาการเรื้อรังของโรคแพ้พิษสารแคดเมียม มีอาการเจ็บหัวเข่า ปวดตามกระดูกทั่วร่างกาย ปัสสาวะสีขาวข้นเนื่องจากไตถูกทำลาย ปริมาณปัสสาวะและเลือดผู้ป่วยเปลี่ยนไป กระดูกเปราะเพราะถูกทำลาย
วิธีป้องกันตัวเองจากแคดเมียม
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ปลูกและผลิตในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียมในปริมาณสูง
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีคนกำลังสูบบุหรี่
- หมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ เช่น การตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของไต
แต่โดยทั่วไปแล้วการได้รับแคดเมียมในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ไม่ค่อยพบอาการเฉียบพลัน เนื่องจากในแต่ละวันเราได้รับแคดเมียมในปริมาณไม่มาก แต่แคดเมียมจะถูกสะสมอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลานาน 20 – 30 ปี อาการจึงเป็นลักษณะแบบเรื้อรัง
ด้านนายโอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร พบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานเกี่ยวกับการหล่อและหลอมโลหะประเภทต่างๆ 3 โรงงาน
- โรงงานแห่งแรกพบกากแคดเมียมและกากสังกะสีในถุงบิ๊กแบ็กสีขาวในโรงงาน 1,300 ถุง และนอกโรงงานอีก 100 ถุง
- โรงงานแห่งที่ 2 ที่อยู่บริเวณเดียวกัน พบกากอลูมิเนียมอยู่ภายในโรงงาน และมีกากแคดเมียมและกากสังกะสีอยู่นอกโรงงาน 9 ถุง
- โรงงานแห่งที่ 3 พบกากแคดเมียมและกากสังกะสีอีก 227 ถุง อยู่ภายในโรงงาน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้เคลื่อนย้ายกากแคดเมียมและกากสังกะสีที่อยู่ภายนอกไปเก็บไว้ในโรงงานทั้งหมดแล้ว โดยกรมควบคุมมลพิษตรวจสอบพบว่า กากแคดเมียมและกากสังกะสีมีการผสมด้วยปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ 30% เพื่อทำลายฤทธิ์และอยู่ในสถานะแข็งตัว หากเก็บไว้ในสถานที่มิดชิดและไม่มีการชำระล้าง จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่การดูแลผลกระทบทางสุขภาพ ตรวจคัดกรองสุขภาพของพนักงานในโรงงานจำนวน 11 ราย แบ่งเป็น คนไทย 8 ราย และต่างด้าว 3 ราย เบื้องต้นยังไม่พบอาการผิดปกติ จากพิษโลหะหนัก ส่วนผลการตรวจการปนเปื้อนในปัสสาวะ ต้องรอผล 3-5 วัน ก็จะรู้ว่า มีผลกระทบอะไรหรือไม่ หากประชาชนบริเวณโดยรอบมีความกังวล และไม่แน่ใจก็สามารถมาขอรับการตรวจร่างกายได้
ขอบคุณภาพ-ข้อมูล : กรมควบคุมมลพิษ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
#แคดเมียม #อันตรายแคดเมียม #อิไตอิไต #ข่าวจริง #โรงงานแคดเมียม #Thefacts #Thefactsnews

