6 มิถุนายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ใครว่าเศรษฐกิจดี คลังหั่น จีดีพีไทย ปี 66 โตลดเหลือ 3.6%

ใครว่าเศรษฐกิจดี คลังหั่น จีดีพีไทย ปี 66 โตลดเหลือ 3.6%

SHARE THIS

ไหนว่าเศรษฐกิจดี คลัง หั่นประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปี 66 ลดลงจาก 3.8% ลดเหลือขยายตัว 3.6% โดยได้รับแรงฉุดจากการส่งออก และการเบิกจ่ายงบล่าช้า แต่ได้แรงสนับสนุนจากการบริโภค และท่องเที่ยว   

 

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 66 โดยคาดจะขยายตัวที่ร้อยละ 3.6  ลดลงจากประมาณการณ์ครั้งก่อน ที่คาดจะขยายตัว 3.8% แต่ยังเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี โดยสาเหตุที่เศรษฐกิจโต ลดลงมาจากการส่งออกที่ติดลบ รวมถึงการจัดทำงบประมาณประจำปี 67 ที่ล่าช้า

 

สำหรับปัจจัยบวก-ลบ ที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนี้

  • ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียและกลุ่มสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 5 ล้านคน ขยายตัวที่ร้อยละ 164.6 ต่อปี เพิ่มจากคาดการณ์ครั้งก่อน 2 ล้านคน และคาดมีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.3 ล้านล้านบาท ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับด้านอุปสงค์ภายในประเทศที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
  • การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1 ตามรายได้ภาคประชาชนที่ฟื้นตัวตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยให้การบริโภคเพิ่มขึ้น สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวที่ร้อยละ 2.3 จากความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภายในประเทศที่เริ่มกลับมาดีขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจโดยรวม
  • การส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -5 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -1.0 ถึง 0.0) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง จากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดและปัญหาสถาบันการเงินในประเทศเศรษฐกิจหลักส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอลงในช่วงต้นปี 2566
  • การบริโภคภาครัฐคาดว่าหดตัวที่ร้อยละ -1 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ -2.6 ถึง -1.6) และการลงทุนภาครัฐขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.1 ถึง 3.1) ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา
  • เสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ 6 (ช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.1 ถึง 3.1) ปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ร้อยละ 1.0 – 3.0 เนื่องจากราคาพลังงานโลกที่ลดลง ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานจากต้นทุนพลังงาน และราคาน้ำมันคลี่คลายลง
  • เสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบริการมีแนวโน้มจะกลับมาเกินดุลตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2566 มีแนวโน้มที่จะกลับมาเกินดุล 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8 ของ GDP

 

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อาทิ

  • ภาคการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติที่มีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์
  • สถานการณ์เงินเฟ้อที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่งผลบวกต่อการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น
  • ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของตลาดการเงินโลกจากการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้าหลักและปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
  • ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์โลกในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงระหว่างประเทศและปัจจัยการผลิตต่าง ๆ

 

 


SHARE THIS