ไทยค่าครองชีพต่ำอันดับ 94 ของโลก แต่ยังแพงกว่าฟิลิป มาเล ญวน อินโด
ไทยค่าครองชีพอยู่ที่ 94 ของโลก จาก 146 ประเทศ ลดลงจากปีก่อนอันดับ 79 แต่อยู่อันดับ 5 อาเซียน คนไทยกินอยู่แพงกว่า ฟิลิปปินส์ มาเล เวียดนาม อินโด
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การจัดทำดัชนีค่าครองชีพทั่วโลก ของเว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านค่าครองชีพโลกที่มีชื่อเสียง Numbeo ช่วงต้นปี 67 ซึ่งคำนวณจากค่าใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เสื้อผ้าและรองเท้า กีฬาและสันทนาการ และค่าสาธารณูปโภค พบว่า ดัชนีค่าครองชีพของไทย ในช่วงต้นปี 67 อยู่ที่ 36% ต่ำกว่าดัชนีเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบที่ 100% โดยอยู่อันดับที่ 94 จาก 146 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลงจากปีที่แล้วที่มีดัชนีค่าครองชีพ 40.7% หรืออันดับที่ 79 จาก 140 ประเทศทั่วโลก
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ค่าครองชีพไทยลดลงมาจาก ดัชนีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำหน่ายในร้านขายของชำ ลดลงจาก 42% เหลือ 41%. อาทิ เนื้อสัตว์ นม ไข่ ขนมปัง ผัก และผลไม้ สอดคล้องกับราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร อาทิ เนื้อสัตว์ และผักและผลไม้ ขณะที่ดัชนีราคาอาหารในร้านอาหารลดจาก 21% เหลือ 18.4% อาทิ เซ็ตอาหารฟาสต์ฟู้ด เบียร์ท้องถิ่น เบียร์นำเข้า และน้ำอัดลม นอกจากนี้ ยังมีสินค้าในหมวดการเดินทาง เสื้อผ้าและรองเท้า กีฬาและสันทนาการ และสาธารณูปโภค ที่ปรับตัวลดลง
ทั้งนี้เมื่อพิจารณาประเทศในกลุ่มอาเซียน พบว่า ดัชนีค่าครองชีพของไทยสูงเป็นอันดับที่ 5 จาก 9 ประเทศที่ถูกจัดอันดับ โดยค่าครองชีพของไทยสูงกว่าฟิลิปปินส์ ที่มีดัชนี 33.6% สูงอันดับ 104 รองลงมาเวียดนาม 30.8% อันดับ 113 มาเลเซีย 30.5% อันดับ 115 และอินโดนีเซีย 28.5% อันดับ 126 ขณะที่ค่าครองชีพของไทยต่ำกว่า ได้แก่ กัมพูชา 38.5% อันดับ 88 เมียนมา 38.6% อันดับ 87 บรูไน 50.5% อันดับ 48 และ สิงคโปร์ ซึ่งมีค่าครองชีพสูงที่สุดในอาเซียน ที่ 81.9% สูงอันดับ 7 ของโลก
ประเทศค่าครองชีพสูงสุดในอาเซียน
- สิงคโปร์ มีค่าครองชีพสูงที่สุดในอาเซียน ค่าดัชนี 9% สูงอันดับ 7 ของโลก
- บรูไน ค่าดัชนี 5% อันดับ 48
- เมียนมา ค่าดัชนี 6% อันดับ 87
- กัมพูชา ค่าดัชนี 5% อันดับ 88
- ไทย ค่าดัชนี 36% อันดับที่ 94
- ฟิลิปปินส์ ค่าดัชนี 6% สูงอันดับ 104
- เวียดนาม ค่าดัชนี 8% อันดับ 113
- มาเลเซีย ค่าดัชนี 5% อันดับ 115
- อินโดนีเซีย ค่าดัชนี 5% อันดับ 126
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.เบอร์มิวดา สูงถึง 133.6% มาจากลักษณะภูมิประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องการเพาะปลูก การผลิต และต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากต่างประเทศ ประกอบกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงทำให้ราคาสินค้าและบริการแพงที่สุดในโลก รองลงมาสวิตเซอร์แลนด์ สูงถึง 112.2% เนื่องจากเป็นหนึ่งประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสูง มีระบบสวัสดิการที่ดี เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ค่าครองชีพจึงอยู่ในระดับสูง และ 3.หมู่เกาะเคย์แมน สูงถึง 111.7% โดยหมู่เกาะเคย์แมนเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่ถูกจัดว่าร่ำรวยที่สุดในโลก มีชื่อเสียงด้านบริการทางการเงิน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ส่วนประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในโลก 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ปากีสถาน อยู่ที่ 18.5% เนื่องจากเผชิญปัญหาหนี้สินที่อยู่ระดับสูง การคอร์รัปชัน และความไม่มั่นคงทางอาหาร กดดันต่อกำลังซื้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ รองลงมาเป็นไนจีเรีย 19.3% เนื่องจากเศรษฐกิจค่อนข้างอ่อนแอ และปัญหาความยากจนสูง และลิเบีย อยู่ที่ 21.2% เพราะมีความเปราะบางทางการเมือง มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ
#ดัชนีค่าครองชีพ #ค่าครองชีพ #ค่าครองชีพไทยต่ำอันดับโลก #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

