ไข่ไก่หน้าฟาร์ม ขึ้นฟอง 3 บาท ผู้เลี้ยงสุดอั้น ต้นทุน-อาหารสัตว์พุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ ได้ทำหนังสือแจ้งสมาชิก ปรับขึ้นราคาแนะนำไข่ไก่คละ หน้าฟาร์มเกษตรกร เป็นฟองละ 3.00 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.65 เป็นต้นไป โดยจากสอบถามผู้เลี้ยงสาเหตุที่ปรับขึ้นราคาไข่ไก่ฟองละ 20 สตางค์ จาก 2.80 บาท เป็น 3 บาท เนื่องจากประสบปัญหาต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาอาหารสัตว์ทำให้เกษตรกรแบกรับภาระต้นทุนไว้ไม่ไหว
นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เผยว่า การปรับขึ้นราคาไข่ไก่ครั้งนี้ เพื่อให้สะท้อนต่อต้นทุนการเลี้ยงที่แท้จริง เพราะตลอดปีที่ผ่านมาผู้เลี้ยงไก่ไข่ประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด หลังจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าไฟ ค่าแรง จนผู้เลี้ยงรายย่อยทนพิษขาดทุนไม่ไหวต้องหยุดเลี้ยงไปจำนวนมาก อย่างเช่นในภาคใต้ตอนนี้เลิกไปแล้วกว่า 300 ราย เหลือแต่รายใหญ่ที่ผลิตอาหารสัตว์ หรือมีช่องทางจำหน่ายเองเท่านั้นที่อยู่ได้
“ตลอดปีที่ผ่านมาต้นทุนการเลี้ยงขึ้นทุกอย่าง โดยเฉพาะราคาอาหารสัตว์ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนถึง 70% ของการเลี้ยงไก่ไข่ ได้เพิ่มขึ้นจาก กก. 11 บาทกว่า เป็น 15 บาท ส่งผลให้ต้นทุนไข่ไก่พุ่งไปที่ฟองละ 3.05 บาทแล้ว แต่ราคาขายไข่หน้าฟาร์มยังคงเท่าเดิมที่ 2.80 บาท จะปรับขึ้นก็ไม่ได้ เพราะกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือตรึงราคาช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นการขึ้นราคามาที่ฟอง 3 บาทครั้งนี้ ก็เพียงแค่ช่วยให้ผู้เลี้ยงรายย่อยพออยู่ได้เท่านั้น หรือทำให้ขายทุนน้อยลง”
นายสุเทพกล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือลดต้นทุนการเลี้ยงให้ โดยเฉพาะแก้ปัญหาอาหารสัตว์ราคาสูง เช่น เร่งนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากภาครัฐเลย ซึ่งเป็นห่วงว่าต่อไปหากปล่อยสถานการณ์เป็นแบบนี้ ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจะหายไปหมด ซ้ำรอยอุตสาหกรรมผู้เลี้ยงหมู ที่ทุกวันนี้รายย่อยเลิกเลี้ยงไปมาก เหลือแต่ผู้เลี้ยงรายกลาง และใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 1-3 เดือนนี้ จะเห็นผู้เลี้ยงรายย่อยปลดแม่ไก่ยืนกรง และไม่นำรุ่นใหม่มาแทนแล้ว เพราะมองว่าเลี้ยงต่อไปก็ขาดทุน ซึ่งทำให้แม่ไก่ยืนกรงของผู้เลี้ยงรายย่อยลดลงไปอีก จาก 12 ล้านตัว เหลือไม่ถึง 10 ล้านตัว ขณะที่ผู้เลี้ยงรายใหญ่ยังอยู่ 38 ล้านตัวอยู่ แต่ยืนยันผลผลิตไข่ไก่ไม่ขาดแคลน”


