3 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ไฟเขียว”บ้านล้านหลัง” ขยายวงเงินกู้เป็น 1.5 ล้าน ดอก 1.99%

ไฟเขียว”บ้านล้านหลัง” ขยายวงเงินกู้เป็น 1.5 ล้าน ดอก 1.99%

SHARE THIS

 

ครม.เห็นชอบให้ ธอส.ปรับราคาซื้อ-ขาย /ค่าก่อสร้าง /วงเงินกู้  โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 สูงสุดต่อรายต่อหลักประกัน เพิ่มจาก 1.2 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  มีมติเห็นชอบให้ ธอส. ปรับปรุงการกำหนดราคาซื้อ – ขาย / ค่าก่อสร้าง และปรับวงเงินกู้ “โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 ” ให้เพิ่มวงเงินจากเดิมไม่เกิน 1.2 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการหาซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สำหรับโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 มีวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มเปิดให้กู้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2564 ล่าสุด ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2565 มีลูกค้าลงทะเบียนแล้วกว่า 94,000 ราย ในจำนวนนี้มีลูกค้าที่มีความพร้อมและยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อแล้ว 17,000 ราย วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท และ ธอส. ได้อนุมัติสินเชื่อแล้วจำนวน 16,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 13,500 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ธนาคารจะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้วงเงินสอดคล้องกันต่อไป

สำหรับสิทธิพิเศษ โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2

  • ให้สินเชื่อด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรกเท่ากับ 1.99% ต่อปี
  • ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี
  • เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี )
  • ให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม(ห้องชุด) ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง (รวมถึงบ้านมือสองของ ธอส.) เพื่อปลูกสร้าง หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับผู้กู้ 2 ประเภท ค่าประเมินราคาหลักประกัน  และค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง
  • ลูกค้าที่สนใจสามารถรับรหัสเข้าร่วมโครงการทาง Mobile Application : GHB ALL ยืนคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือ ก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารปรับเพดานสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) สำหรับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสัญญากู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 1 ที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ให้อยู่ที่ 100% ของมูลค่าหลักประกัน พร้อมให้เงินกู้เพิ่มเพื่อซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยูอาศัยอีก 10%  รวมวงเงินให้กู้สูงสุด 110% ของมูลค่าหลักประกัน เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ต้องการมีบ้านและมีความต้องการวงเงินกู้เพิ่มในระดับที่สอดคล้องกับรายได้ โดยขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ประชาชนยื่นกู้ได้ภายในเดือนมิถุนายน 2565

 

 


SHARE THIS