ส่องอนาคตทุเรียนไทย 5 ปี ข้างหน้า ส่งออกจีนอาจพุ่ง กก.400
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทยและทุเรียนไทย ปังหรือพังใน 5 ปีข้างหน้า โดยแนวโน้มส่งออกไปจีนราคา อาจพุ่งไป กก. 400 แต่ต้องระวังผลผลิตจากชาติอาเซียนแย่งตลาด
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเสี่ยงทุเรียนไทยและทุเรียนไทย ปังหรือพังใน 5 ปีข้างหน้า ว่า
ปัจจัยที่ทำให้ทุเรียนไทยมีโอกาสปัง 3 ด้าน ได้แก่
- ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน
- ผู้บริโภคจีนมีความต้องการสูง
- คุณภาพทุเรียนดี ไม่มีทุเรียนอ่อน
ปัจจัยที่ทำให้ทุเรียนไทยมีโอกาสพัง 3 ด้าน ได้แก่
- ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีปัญหา
- คุณภาพของทุเรียนอ่อน/แก่เกินไป
- ทุเรียนจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน
- สวมสิทธิ์ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน
- การขนส่งมีปัญหา
- ตลาดถูกควบคุมโดยล้ง
- สภาพภูมิอากาศ
- ขาดแคลนแรงงาน
- โรคระบาด
- ผลผลิตไทยเพิ่มมากขึ้น”
สำหรับราคาทุเรียน 5 ปี ( 2565-2569) เฉลี่ยในปี 2565-2569 ประมาณ 136 บาท/กก. แต่หากจีนนำเข้าทุเรียนไทยน้อยกว่า 10% ทำให้ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2569 ประมาณ 312 บาท/กก. หรือเฉลี่ยราคาปี 2565-2569 ประมาณ 271 บาท/กก. ในทางกลับกับหากจีนนำเข้าทุเรียนไทยเพิ่ม 10-15% ทำให้ราคาขายส่งทุเรียนหมอนทองไทย ณ ตลาดเจียงหนาน ปี 2569 ประมาณ 362-417 บาท เฉลี่ยราคาในปี 2565-2569 ประมาณ 313-361 บาท/กก.
ส่วนแนวโน้มทุเรียนโลกในช่วง5ปี (2565-2569)
ผลผลิตทุเรียนโลก เพิ่ม 1.8 เท่า ส่งออกทุเรียนโลกเพิ่ม 2.2 เท่า บริโภคในประเทศเพิ่ม 1.7 เท่า (เทียบปี 2564) โดยผลผลิตเพิ่มเฉลี่ย 612,276 ตันต่อปี การส่งออกเพิ่มเฉลี่ย 273,937 ตันต่อปี และปี 2569 ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกหลัก โดยส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้น 90.43% จากปี 2565 ขณะที่เวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้น 156.06% ตามผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 7 แสนตันในปี 2569
ทั้งนี้ปริมาณเงินสะพัดในตลาดทุเรียนไทยปี 2565 ทำเงินสะพัด 7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 เท่ากับ 6 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยภาคตะวันออกมีเงินสะพัดมากที่สุด รองลงมาคือภาคใต้ และภาคเหนือ ตามลำดับ

