เลื่อนขึ้นภาษีน้ำหวาน-น้ำอัดลม อีก 6 เดือน ช่วยลดค่าครองชีพชาวบ้าน
ครม.เห็นชอบ เลื่อนขึ้นภาษีความหวาน น้ำอัดลม น้ำหวาน อีก 6 เดือน ช่วยลดค่าครองชีพชาวบ้าน และดูแลผู้ประกอบการรับมือ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบขยายเวลาปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3 ออกไปอีกเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 -31 มี.ค.66 เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในปัจจุบัน รวมถึงช่วยให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีระยะเวลา ปรับตัวเพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3
ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตได้เริ่มจัดเก็บภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มตั้งแต่ปี 60 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีการปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลเพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งมีการกำหนดโครงสร้างภาษีในอัตราแบบขั้นบันได ระยะที่ 1 วันที่ 16 ก.ย.60-30 ก.ย.62 ระยะที่ 2 วันที่ 1 ต.ค.62 -30 ก.ย.64 ระยะที่ 3 วันที่ 1 ต.ค.64 -30 ก.ย.66
อย่างไรก็ตาม กรมได้ขยายเวลาการปรับขึ้นอัตราภาษีระยะที่ 3 ออกไป 1 ปี จากวันที่ 1 ต.ค.64 เป็น 1 ต.ค.65 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน หากมีการปรับขึ้นภาษีตามกำหนดเวลาเดิม อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อีกทั้งอาจทำให้ผู้ประกอบการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ กรมสรรพสามิต จึงเสนอขยายเวลาการขึ้นอัตราภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาลระยะที่ 3 ออกไปอีกเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 ถึง 31 มี.ค.66
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า การชะลอปรับขึ้นภาษีความหวานครั้งนี้ จะทำให้ยังคงใช้อัตราภาษีอยู่ระยะ 2 ตามเดิมเท่ากับปีนี้ ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ได้รับยกเว้นเก็บภาษี ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 6-8 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเสียภาษีที่ 0.10 บาทต่อลิตร เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 8-10 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเสียภาษีที่ 0.30 บาทต่อลิตร เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 10-14 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเสียภาษีที่ 1 บาทต่อลิตร เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 14-18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเสียภาษีที่ 3 บาทต่อลิตร ขณะที่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกิน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเสียภาษี 5 บาทต่อลิตร

