เริ่ม 11 พ.ย. ห้ามนำทรายออกนอกประเทศทุกชนิด ฝ่าฝืนผิดทางกฎหมาย
กระทรวงพาณิชย์ เตือน กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ 11 พ.ย.นี้ ห้ามนำทราย ออกนอกราชอาณาจักร เกิน 2 กก. มีความผิดทางกฎหมาย
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้แก้ไขปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการส่งออกสินค้าทรายภายใต้ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ทรายเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2566 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าและเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนลดปัญหาการใช้ดุลยพินิจ ลดความซ้ำซ้อนทางกฎหมายในการกำกับดูแลการส่งออก โดยมีผลห้ามการส่งออกทราย ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.66 เป็นต้นไป
“ปัจจุบันแร่ที่มีทรายเป็นส่วนประกอบได้กำหนดมาตรการภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. 2560 แล้ว และเมื่อวันที่ 15 พ.ค.66 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงพาณิชย์ข้างต้น ซึ่งมีสาระสำคัญกำหนดห้ามส่งออกทรายทุกชนิด ตามพิกัดศุลกากร 25.05 ยกเว้นกรณีส่งออกเป็นตัวอย่างหรือศึกษาวิจัย หรือนำติดตัวออกไปเพื่อใช้เฉพาะตัวในปริมาณไม่เกิน 2 กก. หรือกรณีส่งออกไปเพื่อใช้ในยานพาหนะปริมาณให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง”
ทั้งนี้ ทรายเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมคอนกรีต อุตสาหกรรมแก้วและกระจก และอุตสาหกรรมชิพซิลิคอนดักเตอร์ เป็นต้น โดยในปี 65 ไทยมีการส่งออกทราย 885.11 ตัน มูลค่า 17.46 ล้านบาท ขณะที่มีการนำเข้า 1.81 ล้านตัน มูลค่า 1,326 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันทรายไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้า นอกจากนี้ ในการขุดทรายทำการค้าดังกล่าวมักจะทำให้เกิดปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำพัง หากไม่มีการเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบและยังคงมีการส่งออกตามเดิมในอนาคตอาจทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้
“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จึงขอให้ผู้ประสงค์จะส่งออกสินค้าดังกล่าวศึกษาและทำความเข้าใจประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ โดยการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกฯ พ.ศ. 2522 ด้วย

