เปิด 5 ข้อเสนอ สว.ปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ บังคับยื่นแบบทุกคน ขึ้น VAT 10%
สว. เสนอปรับโครงสร้างภาษีแบบครบวงจร หวังเพิ่มรายได้รัฐรับมือวิกฤตการคลัง หลังรัฐบาลเตรียมกู้ครั้งใหญ่ท่ามกลางสงครามการค้าและภาระหนี้สาธารณะพอกพูน
ท่ามกลางความกังวลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศที่ทวีความเข้มข้นขึ้น ทั้งจากแผนกู้เงินก้อนใหญ่ของรัฐบาล ภาระหนี้สาธารณะที่พอกพูน และวิกฤตการค้าโลกที่กดดันเศรษฐกิจไทยจากภายนอก คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ได้เผยแพร่รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง “แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทย” ออกมาเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา โดยเสนอแนวทางปฏิรูประบบภาษีอย่างครอบคลุมใน 5 ด้านหลัก มีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรม ขยายฐานภาษี ลดความเสี่ยงทางการคลัง และเตรียมพร้อมรองรับสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจดิจิทัล
- เสนอเชิงนโยบายภาพรวม — ปฏิรูปองค์กร ขยายเกษียณ ใช้ AI จัดเก็บ
ในภาพรวม คณะกรรมาธิการเสนอให้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงการหลบเลี่ยงภาษี เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดเก็บ ควบคู่กับการยกระดับกรมสรรพากรให้เป็น “องค์กรจัดเก็บภาษีแห่งชาติ” ที่มีความเป็นอิสระ มีคณะกรรมการบริหารของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขยายอายุเกษียณของแรงงานจาก 60 ปี เป็น 65 ปี ภายในปี 2573 พร้อมออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานสูงวัยเป็นการเฉพาะ เพื่อรักษากำลังแรงงานไว้รองรับสภาพสังคมสูงวัยระดับสุดยอดที่กำลังใกล้เข้ามา
- ภาษีจากฐานรายได้ — บังคับยื่นแบบทุกคน เพิ่มลดหย่อนบุตร เก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติ
ด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คณะกรรมาธิการเสนอให้บังคับผู้มีรายได้ทุกคนขึ้นทะเบียนและยื่นแบบเสียภาษี แม้รายได้จะไม่ถึงเกณฑ์ต้องชำระภาษีก็ตาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐมีฐานข้อมูลสำหรับการจัดสวัสดิการอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนั้น ยังเสนอเพิ่มค่าลดหย่อนบุตรจากคนละ 30,000 บาท เป็นคนละ 500,000 บาทโดยไม่จำกัดจำนวนบุตร เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนมีบุตรเพิ่มขึ้นในยามที่อัตราเกิดของไทยอยู่ในระดับต่ำวิกฤต พร้อมผลักดันกองทุนการออมสำหรับบุตรหลาน (Junior Fund) และกองทุนการออมสำหรับบิดามารดา (Parent Fund)
สำหรับการค้าออนไลน์ เสนอให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 2% จากยอดขายของร้านค้าออนไลน์ รวมถึงเสนอให้จัดเก็บภาษีนิติบุคคลต่างชาติในอัตรามาตรฐาน 20% ของกำไรสุทธิ โดยเน้นไปที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศอย่าง TikTok, eBay และ Alibaba ที่มีรายได้จากผู้บริโภคไทย โดยให้บังคับใช้ไม่ว่าธุรกิจเหล่านั้นจะมีสถานประกอบการถาวรในไทยหรือไม่ก็ตาม นอกจากนี้ ยังเสนอให้บังคับใช้อัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ที่ 15% พร้อมนำรายได้ภาษีที่ได้ไปตั้งกองทุนรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- ภาษีจากฐานการบริโภค — ขึ้น VAT เป็น 10% ชงเก็บภาษีขายหุ้น-ทองคำ-เดินทาง
ข้อเสนอที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุดคือการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% แบบขั้นบันได โดยให้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไป เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สวัสดิการผู้สูงอายุและผู้พิการ รวมถึงเสนอยกเลิกการยกเว้น VAT สำหรับธุรกิจที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เพื่อดึงธุรกิจขนาดเล็กทั้งหมดเข้าสู่ระบบภาษี พร้อมส่งเสริมระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และ “ลอตเตอรี่ใบเสร็จ” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเรียกขอใบเสร็จ
ในส่วนของตลาดทุน เสนอให้จัดเก็บภาษีการขายหุ้นในอัตรา 0.05% ในระยะแรก ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้รัฐราว 10,000 ล้านบาทต่อปีภายในปี 2572 ก่อนปรับขึ้นเป็น 0.1% ตั้งแต่ปี 2573 ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มเป็น 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยเก็บไม่ว่าการขายนั้นจะได้กำไรหรือขาดทุนก็ตาม ขณะที่ตลาดทองคำให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีทั้งในรูปแบบทองคำจริง ทองกระดาษ และการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม โดยมีเป้าหมายลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทจากการส่งออกทองคำ
ยังมีข้อเสนอเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาทสำหรับเส้นทางอากาศ และ 500 บาทสำหรับทางบกและทางน้ำ ตลอดจนภาษีสุขภาพครอบคลุมสุรา ยาสูบ น้ำตาล โซเดียม ของทอด และไขมันทรานส์ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายสรรพสามิตเพื่อเปิดทางเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ภาษีจากฐานทรัพย์สิน — ลดเพดานยกเว้นภาษีบ้านหลังหลัก ทบทวนภาษีมรดก
คณะกรรมาธิการเสนอปรับลดเพดานมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยหลังหลัก จากเดิม 50 ล้านบาท เหลือเพียง 10-20 ล้านบาท พร้อมเพิ่มอัตราจัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างให้สูงขึ้น เพื่อเป็นแรงกดดันให้เจ้าของที่ดินนำไปใช้ประโยชน์แทนการถือครองเฉยๆ
ในส่วนของภาษีมรดก เสนอให้ทบทวนปรับลดเพดานมูลค่ากองมรดกที่ได้รับการยกเว้นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ยกเว้นสำหรับ 100 ล้านบาทแรก พร้อมเปลี่ยนจุดนับระยะเวลาการชำระภาษีเป็นภายใน 150 วันนับจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต นอกจากนี้ยังเสนอขยายฐานภาษีป้ายให้ครอบคลุมป้ายนอกอาคารที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ด้วย อาทิ ป้ายหาเสียงของนักการเมืองและป้ายอวยพรตามเทศกาล
- ภาษีกับการพัฒนาท้องถิ่น — เสนอ “ภาษีบ้านเกิด” เพิ่มอิสระทางการคลัง อปท.
ในมิติของการกระจายอำนาจทางการคลัง คณะกรรมาธิการเสนอให้ศึกษา “ภาษีบ้านเกิด” ซึ่งเปิดให้ผู้เสียภาษีสามารถเลือกนำเงินภาษีส่วนหนึ่งบริจาคให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองต้องการได้โดยตรง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างพื้นที่ต่างๆ พร้อมเสนอเพิ่มอิสระทางการคลังให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมรูปแบบใหม่ได้ด้วยตนเอง ควบคู่กับการจัดตั้งคณะกรรมการวินัยการคลังของท้องถิ่นเพื่อกำกับดูแลการใช้จ่ายงบประมาณ
อย่างไรก็ดี ข้อเสนอดังกล่าวยังก่อให้เกิดเสียงคัดค้านภายในวุฒิสภาเอง โดย น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา แสดงความเห็นว่าการปรับขึ้น VAT ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา และในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนแบกรับภาระค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว รัฐบาลควรพิจารณาลดภาษีก่อน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนในยามนี้
#thefacts #facts #fact #ข่าวจริง #ขึ้นvat #ขึ้นภาษี #ภาษีมูลค่าเพิ่ม #เก็บภาษีทุกคน

