1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » เช็กวิธีเคลม ประกันรถน้ำท่วม ย้ำห้ามทำ 3 สิ่งนี้ ประกันไม่จ่ายสักบาท

เช็กวิธีเคลม ประกันรถน้ำท่วม ย้ำห้ามทำ 3 สิ่งนี้ ประกันไม่จ่ายสักบาท

SHARE THIS

คู่มือฉบับสมบูรณ์ วิธีเคลมประกันรถยนต์จากภัยน้ำท่วม  ย้ำกฎ “3 ห้าม” เคลมประกันรถน้ำท่วม! ย้ำ ถ้าทำสิ่งนี้…ประกันมีสิทธิ์ปัดตก ไม่จ่ายสักบาท

 

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้มีรถยนต์จำนวนมากได้รับความเสียหายจากการ “จมน้ำ” ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยให้สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้อย่างเป็นธรรม

 

เพื่อช่วยให้การดำเนินการเคลมประกันภัยของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและรักษาสิทธิ์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วน ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง ได้สรุปขั้นตอนสำคัญและข้อแนะนำการเรียกเคลมประกันโดยละเอียด ดังต่อไปนี้

 

  1. การตรวจสอบความคุ้มครอง
  • ประกันภัยภาคสมัครใจ (ชั้น 1): โดยทั่วไป ให้ความคุ้มครอง ความเสียหายจากเหตุน้ำท่วม (รวมถึงค่าซ่อมแซมและความเสียหายที่อาจถึงขั้นสูญเสียสิ้นเชิง หรือ Total Loss)
  • ประกันภัยชั้น 2 / 2+ / 3 / 3+: มักจะ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายจากน้ำท่วม เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยได้ซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมไว้ (โปรดสอบถามกับบริษัทประกันโดยตรง)
  • พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ: ไม่มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากเหตุน้ำท่วม

 

  1. กฎเหล็ก 3 ห้าม (สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด)

  • ❌ ห้ามสตาร์ทรถ: การพยายามติดเครื่องยนต์ขณะมีน้ำเข้าห้องเผาไหม้ จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “Hydrostatic Lock” ซึ่งส่งผลให้เครื่องยนต์พังเสียหายรุนแรงและซับซ้อนขึ้น บริษัทประกันอาจใช้เป็นเหตุผลในการปฏิเสธการเคลม
  • ❌ ห้ามต่อไฟ/สวิตช์: สำหรับรถยนต์ทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือรถไฮบริด (Hybrid) การเปิดระบบไฟฟ้าเสี่ยงต่อการเกิด ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าแรงสูงและแบตเตอรี่อย่างร้ายแรง
  • ❌ ห้ามลากเอง: การลากรถเองโดยไม่มีอุปกรณ์หรือวิธีการที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมกับตัวถัง ระบบช่วงล่าง หรือเกียร์ได้ ซึ่งอาจทำให้บริษัทประกันลดหรือปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม

 

  1. สิ่งที่ต้องทำทันที
  • ถ่ายรูปหลักฐาน: ถ่ายรูปสภาพรถยนต์ขณะที่ยังมีน้ำท่วมอย่างชัดเจน (ต้องเห็นป้ายทะเบียน และร่องรอยระดับน้ำที่ตัวรถ) เพื่อใช้เป็นหลักฐานความรุนแรงของเหตุการณ์
  • รีบแจ้งบริษัทประกันภัย: ติดต่อบริษัทประกันภัยทันที และแจ้งขอ หมายเลขรับแจ้งเหตุ (Claim No.) เพื่อเปิดเรื่องเคลม
  • รักษาความเสียหายเบื้องต้น: หากทำได้ ให้เก็บอุปกรณ์สำคัญและเช็ด/ระบายน้ำในส่วนที่สามารถทำได้ (เช่น เบาะ หรือส่วนเท้า) โดยต้องระมัดระวังไม่ให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น และรอให้บริษัทประกันเข้ามาสำรวจ

 

🔎 เกณฑ์การจ่าย: 5 ระดับความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม

คปภ. ได้กำหนดระดับความเสียหาย 5 ระดับ (A-E) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการประเมินและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างอิงจากระดับน้ำที่ท่วมถึงส่วนประกอบสำคัญของรถ:

ระดับ น้ำท่วมถึงส่วนใดของรถ ลักษณะความเสียหายหลัก ค่าซ่อมโดยประมาณ
A พื้นรถยนต์ พรม, แผ่นฉนวนใต้พรม, ระบบเบรก/คลัตช์ (ส่วนล่าง) 8,000 – 10,000 บาท
B เบาะนั่ง ระบบเบาะไฟฟ้า, ระบบสายไฟใต้เบาะ, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ใต้เบาะ 15,000 – 20,000 บาท
C ส่วนล่างของ คอนโซลหน้า กล่อง ECU, กล่องฟิวส์, ระบบปรับอากาศ (ส่วนล่าง), ระบบเกียร์ 25,000 – 30,000 บาท
D ส่วนบนของ คอนโซลหน้า ระบบแผงหน้าปัด, จอแสดงผล, ระบบนำทาง/มัลติมีเดีย, เครื่องยนต์มีความเสียหายสูง เริ่มต้นที่ 30,000 บาทขึ้นไป
E จมน้ำทั้งคัน เสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะคืน ทุนประกัน ตามตารางกรมธรรม์

ความเสียหายรถยนต์ EV/Hybrid: หากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นระบบไฮบริด (Hybrid) อาจมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระบบสูง ซึ่งอาจต้องจ่ายเพิ่ม 100,000 บาท และสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป บริษัทประกันภัยจะคุ้มครองความเสียหายตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัท

 

หลักฐานและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

การเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนตามรายการตรวจสอบ (Checklist) จะช่วยให้กระบวนการอนุมัติการซ่อมหรือการจ่ายค่าสินไหมรวดเร็วยิ่งขึ้น:

 

เทคนิคการถ่ายภาพ/คลิปวิดีโอ (เพื่อยืนยันความเสียหาย)

  • มุมกว้าง (ภายนอก): ถ่ายให้เห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบ ร่องรอย ระดับน้ำ และป้ายทะเบียนรถ เพื่อยืนยันสถานที่และเวลาเกิดเหตุ
  • มุมเจาะ (ภายใน): ถ่ายภาพความเสียหายภายในห้องโดยสารอย่างละเอียด (ถ้าสามารถเปิดประตูได้โดยไม่ให้น้ำเข้าเพิ่ม) รวมถึงความเสียหายของทรัพย์สินมีค่าที่อยู่ในรถ
  • คลิปวิดีโอ: บันทึกวิดีโอให้เห็นร่องรอยน้ำท่วมได้ รอบคัน พร้อมระบุวันที่และสถานที่เกิดเหตุเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

 

เอกสารประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (Checklist)

  • สำเนา กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ (หรือแจ้งเลขที่กรมธรรม์)
  • สำเนา ทะเบียนรถ (เล่ม) และ บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้เอาประกัน/ผู้ขับขี่
  • ภาพถ่าย / คลิปสภาพรถ ที่เห็นทะเบียนและระดับน้ำ
  • แบบเอกสารการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (ใช้แบบฟอร์มของบริษัทประกันภัย)
  • กรณี Total Loss: ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาการโอนซากรถ

กรณีพิพาท: หากไม่พอใจผลการสำรวจ หรือไม่สามารถตกลงราคาซ่อมกับบริษัทประกันได้ ผู้เอาประกันภัยสามารถขอคำปรึกษาหรือขอให้ คปภ. เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยได้

 

การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับสถานการณ์รถยนต์ถูกน้ำท่วมและได้รับสิทธิ์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด

 

#ข่าวจริง #ประกันน้ำท่วม #น้ำท่วมรถยนต์ #เคลมประกันรถ #Thefacts #facts #fact


SHARE THIS