เช็กค่าโทรด่วน สภาพัฒน์ชี้ควบรวมกิจการ ทำโปรมือถือแพง-เน็ทกาก
เช็กค่าโทรศัพท์มือถือด่วน สศช.ชี้ 2 ยักษ์ควบรวมกิจการ ทำโปรมือถือแพงขึ้น ทั้งลดเน็ท-เวลาโทร สัญญาอืด จี้ กสทช. ดูแลผู้บริโภค ด้านทรู
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 4/2566 และภาพรวมปี 2566 โดยมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ในส่วนของผลกระทบหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคมขนาดใหญ่ โดยจากข้อร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พบว่าภายหลังการควบรวมกิจการค่าบริการรายเดือนของโทรศัพท์มือถือปรับตัวเพิ่มขึ้นและบางโปรโมชันยังถูกลดนาทีค่าโทรลง เช่น
- แพ็กเกจราคา 349 บาท ปรับราคาขึ้นเป็น 399 บาท พร้อมทั้งมีการลดปริมาณและความเร็วอินเทอร์เน็ตลง
- แพ็กเกจราคา 499 และ 599 บาท ถูกลดนาทีค่าโทรลงจาก 300 นาที เหลือ 250 นาที
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเริ่มประสบปัญหาด้านคุณภาพสัญญาณมากขึ้น จากผลสำรวจความคิดเห็นผู้ใช้บริการทุกเครือข่ายมือถือทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบว่า กลุ่มตัวอย่าง81% พบปัญหาการใช้งานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยเครือข่ายของบริษัทที่มีการควบรวมพบมากที่สุด คือ ปัญหา สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า รองลงมาเป็นปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย เป็นต้น ที่สำคัญ 91% ของผู้ได้รับผลกระทบเคยร้องเรียนไปยังคอลเซ็นเตอร์ของเครือข่ายที่ใช้บริการแล้วแต่ยังพบปัญหาอยู่เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้สำนักงาน กสทช.จะมีการกำหนดเงื่อนไขในการควบรวม เช่น การลดอัตราค่าบริการเฉลี่ยลง 12% เพื่อควบคุมราคาค่าบริการ แต่จากสถานการณ์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้เท่าที่ควร ขณะที่ในต่างประเทศ เช่น ออสเตรีย ได้กำหนดเงื่อนไขการควบรวมธุรกิจ T-Mobile และ tele.ring ในปี 2006ให้ผู้ควบรวมต้องขายคลื่นความถี่และเสาสัญญาณบางส่วนให้กับผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการรายเล็กมีโครงข่ายที่แข็งแกร่งสามารถแข่งขันได้มากขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าบริการไม่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังทำให้คุณภาพสัญญาณดีขึ้นและครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น
ดังนั้น สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของประชาชนไม่ให้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการด้านโทรคมนาคม จึงควรมีการทบทวน เพิ่มเติมแนวทางการกำกับดูแลที่ชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น อาทิ การกำหนดเพดาน หรือควบคุมราคาของอัตราค่าบริการเฉลี่ยให้เหมาะสม ตลอดจนมีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่อย่างจริงจัง
สำหรับภาพรวมการร้องเรียนของ สคบ.ในปี 2566 มีการร้องเรียนทั้งสิ้น 33,757 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 42.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการร้องเรียนของ สคบ.ที่เพิ่มขึ้นกว่า 58.9% โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าและบริการทั่วไป/ผู้ประกอบการ ขณะที่สำนักงาน กสทช.ลดลง 53.6% ในทุกประเภทการให้บริการ นอกจากนี้ จากข้อมูลการร้องเรียน ส่วนการร้องเรียนผ่านสภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า มีการร้องเรียนทั้งสิ้น 18,124 เรื่อง โดยประเด็นที่มีการร้องเรียนมากที่สุด คือ
- สินค้าและบริการทั่วไป 11,278 เรื่อง มูลค่าความเสียหายประมาณ 209 ล้านบาท โดยเฉพาะปัญหาสัญญาที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจบัตรคอนเสิร์ต อาทิ การเปลี่ยนแปลงผังคอนเสิร์ตโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การสมัครสมาชิกแต่ไม่ได้รับสิทธิตามที่ระบุ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 52.9%
- การเงินและธนาคาร 2,483 เรื่อง มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเรื่องประกันCOVID-19 และแอปเงินกู้
- อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ 953 เรื่อง มูลค่าความเสียหายถึง1.9 พันล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเรื่องอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นต้น
#โปรมือถือ #ค่าโทรแพง #เน็ทกาก #สคบ #สภาพัฒน์ #สศช #ทรูดีแทค #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

