อัพเดท ชาวนาเฮ ตรม.เคาะแจก 1,500 จำนำยุ้งฉาง-สินเชื่อรวบรวมข้าว
ครม.ไฟเขียว จำนำยุ้งฉาง ให้เงินกู้ พ่วงค่าฝากเก็บ 1,500 บ. และสินเชื่อรวบรวมข้าว เริ่ม 1 ต.ค. ส่วน แจกไร่ละพัน 20,000 บาท ต้องรอไปก่อน
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 7 พ.ย. 2566 เห็นชอบ 2 มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกเพื่อช่วยเหลือชาวนาในการดูดซับปริมาณข้าวออกจากตลาด แบ่งเป็น สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม วงเงิน 55,038.96 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส. 44,437 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,601.96 ล้านบาท
แม้ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกค่อนข้างดี โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 14,800 – 15,000 บาท ความชื้น 15% แต่เวลาชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวแล้วขายเลย จะมีความชื้นอยู่ที่ 25% มีราคาแค่ตันละ 12,000 – 12,300 บาท ซึ่ง ราคาตลาด ณ ขณะนี้ รับซื้ออยู่ที่ตันละ 11,000 บาทเท่านั้น ถือว่าต่ำกว่าราคาที่เป็นธรรมที่ควรจะได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงพาณิชย์ จึงได้จัดทำมาตรการมาแทรกแซงราคาด้วยการออก 2 มาตรการมาช่วยดูดซับปริมาณข้าว เพื่อดึงราคาข้าวให้ปรับเพิ่มขึ้นมา โดยมีเป้าหมายดูดซับปริมาณข้าวออกสู่ตลาด 3 ล้านตัน
สำหรับโครงการจำนำยุ้งฉาง เป็นการให้สินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร และ เกษตรกรที่มียุ้งฉางของตัวเองเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉาง 5 เดือน เพื่อรอการขาย และรัฐบาลจะให้สินเชื่อให้ มีรายละเอียด ดังนี้
- สินเชื่อสำหรับกลุ่มข้าวหอมมะลิ ตันละ 12,000 บาท
- สินเชื่อสำหรับกลุ่มข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,500 บาท
- สินเชื่อสำหรับกลุ่มข้าวหอมมะลิปทุมธานี ตันละ 10,000 บาท
- สินเชื่อสำหรับกลุ่มข้าวเจ้า ตันละ 9,000 บาท
- สินเชื่อสำหรับกลุ่มข้าวเหนียว ตันละ 10,000 บาท
- พร้อมช่วยค่าฝากอีก ตันละ 1,500 บาท (สหกรณ์รับตันละ 1,000 บาท+เกษตรกรรับตันละ 500 บาท)
- มีวงเงินสินเชื่อ 34,437 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 10,120.71 ล้านบาท
- กำหนดเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 ถึง 29 ก.พ. 2567
สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มมีเป้าหมาย 1 ล้านตัน
- ให้สถาบันเกษตรกรรวบรวม รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา มีวงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท และวงเงินชดเชยดอกเบี้ย 481.25 ล้านบาท
- ให้สหกรณ์จ่ายดอกเบี้ย 1% และ รัฐช่วยดอกเบี้ย 3.85% ระยะเวลา 15 เดือน
- ส่วนการชดเชยดอกเบี้ย ธ.ก.ส. 4.85% นั้น รัฐบาลจะช่วยรับภาระดอกเบี้ย 3.85% ส่วนสถาบันเกษตรกร รับภาระ 1% กำหนด
- เริ่ม 1 ต.ค. 2566 ถึง 30 ก.ย.2567
สำหรับมาตรการนี้จะให้สถาบันเกษตรกรเข้าไปซื้อแข่งและแทรกแซงตลาด โดยซื้อในราคานำร่องข้าวเปลือกหอมมะลิ ในความชื้น 25% ราคาตันละ 12,200 บาท เมื่อขายได้แล้วกำไรจะแบ่งชาวนาตันละ 300 บาท ซึ่งจะทำให้ชาวนาได้รับเงินรวมตันละ 12,500 บาท ซึ่งจะดีกว่าเดิมหากไม่ไปแทรกแซงเพราะจะทำให้ชาวนาได้เงินเพิ่มจากราคาตลาด อีก 1,500 บาท
เงินไร่ละพันรอไปก่อน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 2 หมื่นบาทว่า ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 นี้ จะประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และเสนอเข้ามาที่ประชุม ครม. ใน 1-2 สัปดาห์ และคาดว่า เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท น่าจะเริ่มจ่ายให้ได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้
ส่วนเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท อยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 มีกรอบวงเงินจ่ายขาด 56,321 ล้านบาท กำหนดเกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน โดยจะให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท กับเกษตรกรครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือคิดเป็นเงิน 20,000 บาท เบื้องต้นกำหนดช่วงเวลาการจ่ายเงิน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 – 30 กันยายน 2567
#จำนำยุ้งฉาง #ไร่ละพัน #ค่าฝากเก็บข้าว #มาตรการช่วยชาวนา #แจกเงินชาวนา #เงินช่วยชาวนา #สินเชื่อฝากเก็บข้าว #ข่าวจริง #Thefacts #Thefactsnews

