อนุทิน ประกาศ ครม.ชุดใหม่พร้อมทำงานทันที เคาะ 5 เสาหลักแก้เศรษฐกิจ
นายกฯ อนุทินประกาศให้ ครม. ชุดใหม่เริ่มทำงานทันทีหลังถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยไม่ ฮันนีมูนพีเรียด พร้อมเห็นชอบร่างแถลงนโยบาย 5 เสาหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อเวลา 19.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก่อนการประชุม ครม.นัดแรก นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมระบุว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จสิ้น ถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระบรมราชโอวาทที่คณะรัฐมนตรีได้รับ ถือเป็นหลักยึดสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมย้ำว่าคำถวายสัตย์ที่ทุกคนกล่าวต่อเบื้องพระพักตร์ ต้องแปรเป็นการทำงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่งครม.ชุดนี้ต้องทำงานอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันแรก ไม่มีช่วง “ฮันนีมูนพีเรียด” หรือระยะปรับตัว เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้
ทั้งนี้ เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรี จะสามารถแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อประชาชนได้ โดยขอให้ทุกคนยึด “ประโยชน์ของประชาชน” เป็นเป้าหมายสูงสุดของการทำงาน ครม.ชุดนี้ว่า ประกอบด้วยทั้งบุคลากรที่มีประสบการณ์สูง และคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ จึงควรนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาประสานกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ
พร้อมย้ำว่า ครม.ชุดนี้เป็น “คณะเดียวกัน” ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย หรือคณะรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใด แต่เป็นคณะรัฐมนตรีของคนไทยทั้งประเทศ โดยตนพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการทำงานจากรัฐมนตรีทุกคนอย่างตรงไปตรงมา
ต่อมาเมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจ
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
- ด้านสังคม
- ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย
นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย
โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ “Cluster” แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่
- ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
- ด้านการผลิต การค้าและบริการ
- ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ด้านสังคมและสวัสดิการ และ
- ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
“รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง www.thaigov.go.th ”
#thefacts #ข่าวจริง #facts #fact #อนุทิน #ครมชุดใหม่ #อนุทินแถลง

