พ.ร.ก.ปราบโกงออนไลน์ โดนหลอก ดูดเงิน บัญชีม้า ต้องทำยังไงต่อ
สรุปม้วนเดียวจบ พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์ มีผลบังคับใช้แล้ว โดนโกง ถูกดูดเงิน ต้องทำตัวอย่างไร อ่านได้ที่นี่
หลัง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ พ.ร.ก. ปราบอาชญากรรมออนไลน์ ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ไปแล้ว เมื่อ 17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ทีมข่าว The FACTS ข่าวจริง ได้มาสรุปสาระสำคัญของกฎหมาย และแนวทางการดูแลของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้โดนดูดเงินผ่านช่องทางดิจิทัล บรรเทาการสูญเสียทรัพย์กัน
สำหรับพระราชกำหนดนี้ เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อคุ้มครองประชาชนผู้สุจริตซึ่งถูกหลอกลวงจนสูญเสียไปซึ่งทรัพย์สิน ผ่านโทรศัพท์ หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในแต่ละวันมีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมาก รวมถึงเพื่อใช้รักษาความปลอดภัยของประเทศ โดยมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน กสทช. ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และค่ายโทรศัพท์มือถือ
สาระสำคัญของ พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์ เมื่อประกาศใช้แล้ว ผู้เสียหายสามารถแจ้งธนาคารระงับบัญชีม้าได้ทันที ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญ ที่รัฐบาลผลักดันออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชกรรมทางออนไลน์ทั้งหมด คาดว่าปัญหาจะลดลงอย่างแน่นอน เพราะมีบทลงโทษสูงสุดของผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มีหน้าที่ในการจัดการกับบัญชีม้า การแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างสถาบันการเงินเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงผู้ประกอบการโทรศัพท์ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามี หรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเปิดเผยข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของลูกค้าที่น่าสงสัย รวมทั้งสามารถระงับบัญชีต้องสงสัยได้เป็นการชั่วคราว โดยไม่ต้องรอเกิดเหตุ ขณะที่ประชาชนผู้เสียหาย สามารถโทรแจ้งให้ธนาคารระงับบัญชีต้องสงสัยได้ทันที และยับยั้งการโอนเงินทุกธนาคารที่รับโอนเงินต่อได้ด้วย
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง.จะเข้ามาร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อจัดทำรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานหรือการฟอกเงิน จัดส่งให้กับธนาคารเพื่อเฝ้าระวังและระงับช่องทางการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กรณีตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายบัญชีม้าหรือคาดว่าจะเป็นบัญชีม้าเพื่อไม่ให้ถูกใช้ในการกระทำความผิด
ขณะที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ย้ำว่า สำหรับผู้เสียหายสามารถแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ทั่วประเทศ หรือผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเตรียมความพร้อมในส่วน พนักงานสอบสวนและระบบการรับแจ้งความออนไลน์ ให้รองรับ พ.ร.ก.นี้ นอกจากนี้ยังได้กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดฐานเปิดบัญชีม้าและซิมม้า รวมถึงผู้เป็นธุระจัดหาหรือโฆษณาบัญชีม้าและซิมม้ามาดำเนินคดีอีกด้วย
ด้านบทบาทของ กสทช.จะเข้าไปกำชับให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือค่ายโทรศัพท์มือถือทุกรายปฏิบัติตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการหลอกลวงทางออนไลน์ และปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์
ส่วนสมาคมธนาคารไทย ได้สรุปส่งท้ายว่า พ.ร.ก.ปราบอาชญากรรมออนไลน์ ได้แก่ กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้กระทำผิด รวมทั้งผู้เปิดบัญชีม้า และผู้ให้การสนับสนุน อีกทั้งยังให้อำนาจ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ตำรวจ และ ธนาคาร ให้สามารถแชร์ข้อมูลผู้กระทำผิดข้ามธนาคารได้โดยอัตโนมัติ และสามารถบล็อกบัญชีที่ต้องสงสัยชั่วคราวได้ทันที โดยไม่ต้องรอแจ้งความ เพื่อลดบัญชีม้าที่มิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการเอาเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายได้
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีกฎหมายใหม่ออกมา แต่ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องดูแลตัวเอง ด้วยการหมั่นหาความรู้ ให้เท่าทันภัยทางการเงิน และปฏิบัติตามแนวทางการใช้งานโมบายแบงกิ้งให้ปลอดภัย หรือไม่เข้าไปกดลิงค์ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันภัยสำคัญจากภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพต่างๆได้ดี




