สธ.ไฟเขียว ยกเลิกโทษปรับ ไม่สวมหน้ากากอนามัย 1,000-20,000
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติยกเลิกโทษปรับ กรณีไม่สวมหน้ากากอนามัย 1,000-20,000 บาทแล้ว พร้อมเห็นชอบแผนควบคุมโรคระบาด
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 8/2565 เห็นชอบร่างกฎ-ระเบียบกระทรวง 5 ฉบับประกอบด้วย
1.ร่างแผนปฏิบัติการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด พ.ศ. 2566-2570 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อที่มีประสิทธิภาพ เป็นกรอบแนวทางการจัดทำแผนฯ ในเขตพื้นที่จังหวัด/กทม. มี 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งจะเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป
2.ร่างระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เรื่อง ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบความผิด กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (6)
3.ร่างกฎกระทรวงการจ่ายค่าทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายจากการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. …
4.ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าชดเชยให้แก่เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน ด้านการเฝ้าระวัง การสอบสวนโรค การป้องกัน หรือการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด พ.ศ. …
5.ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการชดใช้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแทนของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ในกรณีที่ผู้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อละเลยไม่ดำเนินการตามคำสั่ง พ.ศ. …
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับการยกเลิกระเบียบการเปรียบเทียบความผิด กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (6) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกคำสั่งเรื่องสวมหน้ากากอนามัย และเปรียบเทียบปรับเพราะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว แต่ระเบียบยังค้างอยู่ ทั้งนี้ไม่ต้องเสนอเข้า ครม.แค่ รมว.สาธารณสุขลงนามและรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์
รายงานข่าวแจ้งว่า ระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบความผิด กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 (6) ได้กำหนดอัตราการเปรียบเทียบปรับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคโควิด แพร่ออกไป สำหรับอัตราเปรียบเทียบปรับ ครั้งที่ 1 ไม่เกิน 1,000 บาท, ครั้งที่ 2 มากกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท, ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป มากกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท

