พาณิชย์ ปลดล็อกนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 1.2 ล้านตัน แก้หมู ไก่ ไข่แพง
พาณิชย์ ปลดล็อก นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ 1.2 ล้านตัน แก้ขาดแคลน 3 เดือน หวังคุมเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ไม่ให้ราคาแพง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(นบขพ.) และคณะกรรมการนโยบายอาหาร ครั้งที่ 1/2565 ซึ่งมีตัวแทน 5 ฝ่าย ทั้งกระทรวงพาณิชย์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมชาวไร่มันสำปะหลัง สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และผู้เกี่ยวข้องเห็นชอบ 3 แนวทางแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลน ดังนี้
- ยกเว้นเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม ในการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนเป็นการชั่วคราวก่อน ระหว่างเดือนพ.ค.-31 ก.ค.65 ซึ่งเป็นการผ่อนปรนมาตรการที่กำหนดไว้เดิมในการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดในประเทศ
- เพิ่มโควตานำเข้าข้าวโพดจากเดิมกำหนดไว้ 54,700 ตัน เป็นไม่เกิน 600,000 ตัน ภายในเดือนพ.ค.-31 ก.ค.65 จะมีผลให้ลดภาษีนำเข้าข้าวโพดจากอัตรา 20% เป็น 0% เป็นการชั่วคราวในช่วง 3 เดือนนี้
- การนำเข้าช่องทางอื่นตามปกติ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะช่วยจับคู่ธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว เข้ามาให้เพียงพอในช่วง 3 เดือน โดยจะจัดให้มีกิจกรรมจับคู่ออนไลน์ ในวันที่ 3 พ.ค.นี้
“การกำหนดให้นำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ได้ 3 แนวทาง จะมีปริมาณรวมกันไม่เกิน 1.2 ล้านตัน โดยนับยอดตั้งแต่เดือนเม.ย.-31 ก.ค.65 เพื่อชดเชยส่วนที่ยังขาดให้มีเหลือพอใช้หนึ่งเดือน พร้อมทั้งยังให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 5 ฝ่าย เพื่อติดตามประเมินการผลดำเนินการทั้งหมดและสามารถเสนอให้ทบทวนหรือปรับปรุงมาตรการต่อไปได้เพื่อความเหมาะสม”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์จะนำผลเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 3 พ.ค.ทันที โดยมาตรการทั้งหมดจะทำระยะสั้น เพื่อไม่ต้องการให้กระทบต่อราคาสินค้าเกษตรในประเทศ และจำกัดปริมาณนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพด ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ ในช่วง 3 เดือน จากทั้ง 3 แนวทางรวมกันต้องไม่เกิน 1.2 ล้านตัน หากเกินกว่านั้นจะกลับไปใช้มาตรการ 3 ต่อ 1 และเก็บภาษีนำเข้าที่ 20% ตามเดิม ที่สำคัญการเพิ่มโควตานำเข้าเป็น 6 แสนตัน ยังเปิดให้เกษตรกรผู้เลี้ยง ผู้ผลิตอาหารสัตว์นำเข้ามาได้ด้วย จากเดิมให้เฉพาะองค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว
“การประชุมด่วนครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องการเร่งแก้ปัญหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาแพง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ค่าครองชีพ และสินค้าหลายรายการเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ซึ่งที่ผ่านมา เนื้อหมูได้ขยับขึ้นเกินกว่า กก. 200 บาท ขณะที่ไข่ไก่ก็ขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มเป็นฟอง 3.50 บาท รวมถึงเนื้อไก่ ที่ล่าสุดสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอขึ้นราคาไก่หน้าฟาร์มจาก กก.39 บาท เป็น 42 บาท เนื่องจากทนพิษต้นทุนอาหารสัตว์แพงไม่ไหว”

