พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า 9-15 ก.ค. ทั่วไทยฝนยังชุ่มฉ่ำ 60%
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 9-15 ก.ค.66 พบว่าทั่วไทยฝนยังชุมฉ่ำ 40-60% ภาคใต้คลื่นลมแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์สภาพอากาศทั่วไประหว่างวันที่ 9-15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 โดยพบว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตลอดช่วง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ในวันที่ 9 ก.ค. 66 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนผ่านภาคตะวันออก ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง สำหรับข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 9 – 11 ก.ค. 66 ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วยตลอดช่วง
สำหรับการคาดหมายสภาพอากาศรายภูมิภาค ระหว่างวันที่ 9 – 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 10 – 15 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วง 9 – 10 ก.ค. 66 ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 9 – 11 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 15 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1 – 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 10 – 11 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 12 – 15 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 10 – 15 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 10 – 15 ก.ค. 66 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 25 – 29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ กรมอุตุฯ ยังได้พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 9-18 ก.ค. 66 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) : โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.66 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทย ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองและตกหนักบางแห่ง ส่วนมากด้านรับมรสุม (ภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลาง กทม.ปริมณฑล ภาคตะวันออก)
- ส่วนภาคอีสานตอนบน ยังมีฝนน้อย เนื่องจากลิ่มความกดอากาศสูงจากมหาสมุทรแปซิฟิกแผ่ปกคลุมทางภาคอีสานตอนบน ทิศทางลมยังแปรปรวนในระดับบน ฝนยังเกิดขึ้นในช่วงบ่ายถึงค่ำ ส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง
- สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะด้านรับมรสุม (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่) จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมฝั่งอันดามันยังมีคลื่นสูง ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือ ชาวประมงเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้
สำหรับช่วง 11 -15 ก.ค.66 ฝนยังตกได้บางพื้นที่ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นด้านรับมรสุม และวันที่ 16 -18 ก.ค.66 ฝนจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งด้านรับมรสุม และภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก คาดว่าจะมีร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านไทยตอนบน รวมทั้งมีสัญญาณการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศบริเวณทะเลจีนใต้ ต้องติดตามเป็นระยะ

