เปิดประวัติ- ฝ่าภารกิจร้อน วิทัย รัตนากร ผู้ว่าแบงก์ชาติ คนใหม่
ครม. มีมติ ตั้ง “วิทัย รัตนากร ” ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ มีผล 1 ตุลาคม นี้ ผ่าภารกิจร้อน และประวติ
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง เนื่องจาก นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ อ้างถึงเรื่องเดิมที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ (29 กรกฎาคม 2563 ) เห็นชอบแต่งตั้ง นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่างโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายเศรษฐพุฒิ ฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2563
นายจิรายุ กล่าวต่อไป ว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตร ได้ให้ความเห็นว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณาเสนอแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงินธนาคาร และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบหรืออนุมัติ
ดังนั้น จึงเห็นควร เห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และหากไม่มีข้อทักท้วงหรือไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอ ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะได้ขอให้สำนักงานองคมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
ประวัตินายวิทัย
สำหรับประวัตินายวิทัย ปัจจุบัน วัย 54 ปี เป็นนักเศรษฐศาสตร์มากประสบการณ์ จบ ปริญญาโท 3 ใบ ครอบคลุมเศรษฐศาสตร์ การเงิน และ กฎหมาย เคยรับตำแหน่งสำคัญ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กรรมการ และรักษาการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน), รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
ภารกิจร้อนผู้ว่าแบงก์ชาติ
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.มติเห็นชอบให้นายวิทัย รัตนากร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลำดับที่ 25 นั้น ไม่ต้องฝากอะไรโดยตรง เนื่องจาก ธปท. มีภารกิจอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาทำงานร่วมกันด้วยดี
“ที่ผ่านมานโยบายการเงินและการคลัง ค่อยๆ ปรับจูนเข้าหากันด้วยดี มีการทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยยังคงยึดหลัก หากข้อมูลถึงกัน ร่วมกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และผลักดันเศรษฐกิจแล้ว นโยบายการเงินที่มีความเหมาะสม ก็มีความอิสระที่ ธปท. สามารถตัดสินใจดำเนินการ”
สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกนั้น ยอมรับว่า ผู้ที่ได้รับคัดเลือก ดีทั้งคู่ แต่หากพิจารณาจากประสบการณ์ คนหนึ่งจะทราบเรื่องภายใน ธปท. เป็นอย่างดี ส่วนอีกท่านหนึ่งจะรู้ปัญหาที่หลากหลาย ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีมีปัญหาหลากหลายจริงๆ ส่วนข้อกังวลว่า หากนายวิทัย รัตรนากร เข้าไปทำงานใน ธปท. จะทำงานยากนั้น มองว่า ธปท. ทำงานมีหลักการ เมื่อเราทำงานด้วยหลักการ ทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหา
ขณะที่ข้อกังวลว่าการทำงานระยะต่อไปจะเป็นการชี้นำจากทางการเมืองหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า สไตล์การทำงานของตนไม่กดดัน เราพูดกันด้วยเหตุและผล ทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน เมื่อเข้ามาแล้ว ผู้ที่เป็นผู้ว่า ธปท. ต้องรับผิดชอบองค์กร และงานตัวเอง
“เขาต้องมีความอิสระเรื่องการทำงาน และแนวคิด อย่างไรก็ตาม หวังว่าการทำงานนโยบายการคลัง ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อปรับนโยบายการเงินให้สอดคล้อง และเป็นอิสระทางความคิด”
ส่วนการเข้ามาของ ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ คาดหวังจะเห็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลงหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องการพิจารณาของ กนง. เชื่อว่า กนง. คงประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา เหตุการณ์ปัจจุบัน รวมถึงนโยบายภาษีสหรัฐด้วย เพื่อกำหนดนโยบาย ซึ่งเราไม่ควรคิดแทนล่วงหน้า
ขณะที่ตลาดหุ้นตอบรับ ผู้ว่า ธปท. คนใหม่ ดัชนีหุ้นแบงก์ปรับลดลง เพราะกังวลการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น นายพิชัย กล่าวว่า ผลประกอบการแบงก์สะท้อนตามภาวะเศรษฐกิจ หากร่วมกันผักดันให้ภาวะเศรษฐกิจดี ผลประกอบการแบงก์ก็จะดีตามไปด้วย ทั้งนี้ มองว่า หากทิศทางของดอกเบี้ยลดลง ไม่ได้แปลว่าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) จะต้องลดลงเสมอไป เนื่องจากเป็นเรื่องความเสี่ยงที่สถาบันการเงินต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับการปล่อยสินเชื่อ

