4 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ปรับเงื่อนไขจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแบบใหม่ อายุเกิน 60 ปีไม่ได้ทุกคน

ปรับเงื่อนไขจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุแบบใหม่ อายุเกิน 60 ปีไม่ได้ทุกคน

SHARE THIS

กระทรวงมหาดไทย ประกาศปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุใหม่ อายุเกิน 60 ปีไม่ได้ทุกคน จะต้องมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพด้วย

 

จากกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีการลงประกาศระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และยกเลิกกฎหมายเดิมทั้งหมด โดยสาระสำคัญของระเบียบนี้มีการปรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุใหม่ คนที่จะได้เงินจะต้องมีคุณสมบัติเรื่องการไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพเท่านั้น หากใครถูกระงับโดยบริสุทธิ์ใจ จะไม่มีการเรียกเงินคืน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ฉบับเต็มมีดังนี้

 

คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นคนยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว
  4. เป็นผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

วันมีผลบังคับใช้ นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นั่นคือ ถัดจากวันที่ 11 สิงหาคม 2566

 

เนื้อหาแตกต่างจากเดิม

เดิม คือ การที่หลักเกณฑ์เดิมระบุว่า ผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินผู้สูงอายุ จะต้องเป็นผู้ที่ไม่รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อย่างอื่นจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพของอค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548

ใหม่ คือ เป็นผู้ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

 

ขั้นตอนการยืนยันสิทธิ รับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท

ผู้ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้ยืนยันสิทธิโดยไม่ต้องลงทะเบียน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกโดยแจ้งไปยังผู้สูงอายุที่มีสิทธิ แต่ถ้าหากมีความประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องแนบเอกสารยืนยันสิทธิไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้

– แบบยืนยันสิทธิของการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

– สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร สำหรับผู้ที่ต้องการรับเงินผ่านธนาคาร

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้สูงอายุไม่สามารถแจ้งความประสงค์รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้บุคคลอื่นเป็นผู้ไปแจ้งความประสงค์แทนได้

 

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อ

  1. ตาย
  2. ขาดคุณสมบัติตามที่นำเสนอมาแล้ว
  3. แจ้งสละสิทธิการขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นหนังสือต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิ

 

จะถูกตัดสิทธิไหม หากได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเงิน 600 บาทอยู่แล้ว แต่รายได้เกิน

  • ในประกาศดังกล่าวมีบทเฉพาะกาลที่เขียนเอาไว้ตอนท้ายว่า ผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนรับเงินผู้สูงอายุอยู่ก่อนวันที่มีประกาศฉบับนี้ออกมา ให้ยังมีสิทธิรับเบี้ยผู้สูงอายุต่อไปตามเดิมจนกว่าจะเสียชีวิต
  • ส่วนคนที่อายุยังไม่ถึง 60 ปี และกำลังจะถึง ก็จะนับเกณฑ์จากคนที่ไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพตามกฎใหม่
  • เกณฑ์รายได้เท่าไร ถึงจะเข้าเกณฑ์การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุในกฎใหม่ เรื่องนี้อยู่ระหว่างคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติพิจารณา

 

#เบี้ยผู้สูงอายุ #ปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ #เกิน60ปีไม่ได้เบี้ยสูงอายุ #เบี้ยชรา #ข่าวจริง #TheFacts #Thefactsnews


SHARE THIS