5 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ธปท.เผย 3 สาเหตุ บาทอ่อนค่าสุดใน 16 ปี ลุ้นสัปดาห์หน้าแตะ 37.5 บ.

ธปท.เผย 3 สาเหตุ บาทอ่อนค่าสุดใน 16 ปี ลุ้นสัปดาห์หน้าแตะ 37.5 บ.

SHARE THIS

ธปท.เผย 3 สาเหตุบาทอ่อนค่าสุดรอบ 16 ปี ด้านกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าลุ้นอ่อนค่าแตะ 37.50 บาทต่อดอลลาร์ จับตาดอกเบี้ยเฟด และเงินหยวน

 

น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 16 ก.ย.65 ค่าเงินบาทได้อ่อนค่าหนักทะลุ 37.11 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 16 ปีครั้งใหม่ นับตั้งแต่เดือน ต.ค.ปี 2549 ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากเงินดอลลาร์แข็งค่า ค่าเงินหยวนอ่อนค่า และราคาทองคำที่ร่วงลงมาก  โดยนักลงทุนยังจับตาสัปดาห์หน้าผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรุนแรงเป็นเท่าไร และส่งสัญญาณระยะข้างหน้าอย่างไร

 

นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าผ่านระดับ 37.00 บาท ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศทั้ง

  1. จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าเดิม หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง
  2. risk sentiment ของค่าเงินในกลุ่ม EM Asia ที่ปรับแย่ลงหลังค่าเงินหยวนปรับอ่อนค่าขึ้นเหนือระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ สรอ.
  3. ราคาทองคำที่ปรับลดลง ส่งผลให้มีแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มบริษัททองคำเพิ่มขึ้น

 

“ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และพร้อมเข้าดูแลเมื่อเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนมากผิดปกติเพื่อไม่ให้กระทบต่อการปรับตัวของภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งนี้ ภาคเอกชนควรบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการเงินในสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง”

 

รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย แจ้งว่า สัปดาห์ถัดไป (19-23 ก.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 36.50-37.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงิน Dot Plots และตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของเฟด ตัวเลขส่งออกเดือนส.ค. ของไทย รวมถึงกระแสเงินทุนต่างชาติและทิศทางค่าเงินหยวน

 

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ย. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือนส.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์  นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ และ BOE การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.ย. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค. ของญี่ปุ่น

 


SHARE THIS