1 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » ทุกข์ชาวนา ขาดทุนยับ ข้าวเปลือกดิ่ง ราคาใกล้หลุด 5 พัน

ทุกข์ชาวนา ขาดทุนยับ ข้าวเปลือกดิ่ง ราคาใกล้หลุด 5 พัน

SHARE THIS

ทุกข์ชาวนา ขาดทุนยับ ราคาข้าวเปลือกดิ่ง ใกล้หลุดตัน 5 พัน โวยรัฐไม่เหลียวแล ห่วงกระทบใช้หนี้ ไม่มีเงินลงทุนใหม่ ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้ราคาข้าวตกหนัก 50%  

 

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากข้าวเปลือกตกต่ำ โดยล่าสุดข้าวเปลือกข้าวชื้น 25% ในภาคกลางหลายแห่งเหลือเพียงตันละ5,300-5,800 บาท และมีแนวโน้มลดต่ออีก จนเกรงว่าอาจต่ำกว่าตันละ 5,000 บาทในไม่ช้า เนื่องจากปีนี้ข้าวนาปรังออกมาเยอะ แถมการค้าการส่งออกก็ลดลงจนกระทบชาวนา จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหาทางช่วยดูแลด่วน เพราะปีก่อนราคาเคยสูงถึงตันละ 10,000 บาท แต่มาตอนนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ เพราะขายได้ต่ำกว่าต้นทุนที่ 6,000 บาท

 

“ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นรัฐบาลไหน ดูแลเกษตรกรได้แย่ขนาดนี้ ชาวนาวันนี้แทบจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้ อย่างโครงการไร่ละพันนาปรัง ที่สัญญาจะแจกมาตั้งแต่ต้นปี ถึงวันนี้ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ขณะที่การช่วยเหลือข้าวนาปีล่าสุดก็ยกเลิกประชุม ซึ่งตอนนี้ภาระชาวนาไล่หลังมาเรื่อย ๆ ทั้งหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต้องลงทุนปลูกข้าวนาปี แถมค่าปุ๋ยก็แพงขึ้นกระสอบละ 100-200 บาทอีก แต่รัฐยังไม่ทำอะไร ถ้าปล่อยไปแบบนี้ชาวนาอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้ด้วย”

 

ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลแจกเงินอย่างเดียว แต่ขอให้รัฐบาลช่วยดูแลราคาข้าวเปลือกให้ดีกว่าปัจจุบัน โดยขอให้อย่าต่ำกว่าตันละ 8,000 บาท รวมถึงให้ช่วยหาเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตดี ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,200-1,300 กก. การจัดหาแหล่งน้ำ และดูแลต้นทุนการเพาะปลูกให้ ก็โอเคแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาข้าวเปลือกล่าสุด 8 ส.ค.จากเว็บไซต์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า ข้าวเปลือกเจ้าในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ความชื้น 15% ลดลงเหลือตันละ 6,100-7,100 บาท ความชื้น 25% อยู่ที่ 5,100-5,900 บาท ยกเว้น จ.ฉะเชิงเทรา ที่ราคาลดต่ำสุดไปอยู่ที่ตันละ 4,900 บาทเท่านั้น

 

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ กล่าวว่า ปี 68 เป็นปีที่ท้าทายมาก เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกสูง ขณะที่ความต้องการลดลง เช่น อินโดนีเซียที่เคยนำเข้า 4 ล้านตันในปีก่อน คาดว่าอาจซื้อเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน ราคาข้าวก็ลดลงเหลือกก.ละ 10.50 บาท จากเดิม 19–20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ที่สำคัญคู่แข่งของไทยพัฒนาเรื่องพันธุ์ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้ความแตกต่างด้านคุณภาพลดลง หากราคาข้าวไทยแพงกว่าก็มีแนวโน้มที่จะขายไม่ได้

 

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางร่วมกันผลักดันข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ ผลักดันส่งออกข้าวจีทูจีตามโควตาที่เหลืออีก 280,000 ตัน รวมทั้งเจาะตลาดจีนเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ ตลาดญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่ง รวมถึงฮ่องกงซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิ

 

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคและระบายสต็อกข้าวนาปี คาดว่าจะสามารถดึงข้าวเปลือกออกได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านจุดกระตุ้นตลาดนัดข้าวเปลือก สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อให้มีแรงซื้อในประเทศ พร้อมเร่งระบายข้าวไปยังตลาดศักยภาพทั่วโลก

 

#ราคาข้าวเปลือก #ไร่ละพัน #ราคาข้าวตก #thefacts #facts #fact #ข่าวจริง #ชาวนา

 


SHARE THIS