ดีเดย์ 1 พ.ย. บังคับ ยิงโฆษณาในโซเชียลฯ ต้องสแกนหน้า สกัดมิจฉาชีพ
ดีเดย์ 1 พ.ย. 69 “No ID, No Ads” บังคับยิงโฆษณาเข้าไทยต้องสแกนหน้า-สแกนบัตร! ดีอีผนึก Meta สกัดมิจฉาชีพ ขณะที่ กมธ. ห่วง 4 บิ๊กเทคไม่ร่วมถกความพร้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย e-KYC ยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาออนไลน์ภายใต้หลักการ “No ID, No Ads. – ไม่มีตัวตน ห้ามลงโฆษณา” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งสแกมเมอร์และมิจฉาชีพที่ใช้โฆษณาหลอกลวงประชาชน
สรุปสาระสำคัญของกฎหมายฉบับใหม่
กฎหมายดังกล่าวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) ซึ่งระบุให้ผู้ที่ต้องการลงโฆษณา (ยิง Ads) บนโซเชียลมีเดียให้ผู้ใช้งานในประเทศไทยเห็น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ บนแพลตฟอร์มหลัก เช่น Facebook, Instagram, LINE, TikTok และ X ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนก่อนเผยแพร่โฆษณา ดังนี้:
- บุคคลธรรมดา: ต้องสแกนใบหน้าคู่กับบัตรประชาชน หรือใช้ระบบ Digital ID ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
- นิติบุคคล / ชาวต่างชาติ: ต้องใช้หนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือหนังสือเดินทาง (Passport)
- การเก็บรักษาข้อมูล: แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวตนและประวัติการจ่ายเงินของผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วัน หลังโฆษณาสินสุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่และตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบย้อนหลังได้
- อายุการใช้งาน: การยืนยันตัวตนจะมีผลใช้งานได้ครั้งละ 1 ปี และต้องทำใหม่เมื่อครบกำหนด
กระทรวงดีอี จับมือ Meta
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมมือกับ Meta ในการยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) ซึ่งทาง Meta ยืนยันความพร้อมปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว และอยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์ให้ผู้ลงโฆษณาในไทยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 พร้อมร่วมมือกับ ETDA ในการเร่งสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถยืนยันตัวตนได้ทันกำหนดโดยไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ
4 บิ๊กเทคไร้เงาร่วมประชุม
ด้าน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา กมธ. ได้เรียกประชุมเพื่อเช็กความพร้อมก่อนดีเดย์ 1 พ.ย. นี้ โดยเชิญตำรวจไซเบอร์, ETDA รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ทั้ง TikTok, LINE, Meta (Facebook) และ Google เข้าร่วม
ผลปรากฏว่าภาครัฐมาเข้าร่วมครบถ้วน แต่แพลตฟอร์มเอกชนกลับไม่มีผู้แทนมาเข้าร่วม มีเพียง LINE ที่ส่งหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องพร้อมยืนยันว่าระบบพร้อมทำตามกฎหมายทันวันที่ 1 พ.ย. แน่นอน ส่วนอีก 3 รายยังไม่มีข้อมูลตอบรับ ทำให้ กมธ. แสดงความกังวลถึงการรับมือเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง และได้กำชับให้กระทรวงดีอี, ETDA และตำรวจไซเบอร์ เตรียมพร้อมตรวจสอบ หากแพลตฟอร์มใดไม่ปฏิบัติตาม ต้องติดตามเอาผิดอย่างเด็ดขาดตั้งแต่วันแรก
นอกจากนี้ กมธ. ยังเร่งรัดให้รัฐบาลเสนอ ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัล เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว เพื่อให้ออกกฎหมายมาอุดช่องโหว่และแก้ปัญหาสแกมเมอร์ออนไลน์ได้อย่างเบ็ดเสร็จในระยะยาว
ช่องทางติดตามข่าวสาร The Facts News ข่าวจริง:
- Website : the-facts-news.com
- Facebook : The Facts News FB
- Twitter (X) : The Facts News TW
- Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
#NoIDNoAds #ยืนยันตัวตนยิงแอด #กระทรวงดีอี #ETDA #Meta #กฎหมายคุมโฆษณา #สแกมเมอร์ #เตือนภัยออนไลน์ #TheFactsNews #เดอะแฟกต์นิวส์ #ข่าวจริง

