3 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » คนไทยอ่วมหนักรับปีใหม่ แบงก์พาณิชย์ขึ้นดอกกู้ 0.4% เริ่ม 1 ม.ค.66

คนไทยอ่วมหนักรับปีใหม่ แบงก์พาณิชย์ขึ้นดอกกู้ 0.4% เริ่ม 1 ม.ค.66

SHARE THIS

คนไทยอ่วมหนัก แบงก์พาณิชย์ ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ 0.4% รับปีใหม่ หลังสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ มีตั้งแต่ 1 ม.ค.66 เป็นต้นไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมธนาคารไทย ได้ออกเอกสารชี้แจงโดยระบุว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 เรื่องการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เพื่อลดต้นทุนของสถาบันการเงินให้สามารถส่งผ่านความช่วยเหลือไปยังภาคธุรกิจและภาคประชาชนเป็นการชั่วคราวสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยการลดเงินนำส่งดังกล่าว ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ได้มีการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลอยตัว (M-rate) ลง 0.4% ไปก่อนหน้านั้น

 

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ธปท.จึงปรับอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน  ให้กลับเข้าสู่อัตราปกติที่ 0.46% ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.23% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์จำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.4% ต่อปี ตามที่ได้ปรับลดไป 0.4% ในช่วงก่อนหน้า

 

สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ตระหนักถึงผลกระทบต่อลูกค้าประชาชน และให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ที่รายได้ยังไม่กลับมาปกติ และได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ผ่านมาตรการความช่วยเหลือที่เหมาะสม  ขณะเดียวกัน จะเร่งผลักดันมาตรการอื่นๆ ภายใต้มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ ที่ปรับเงื่อนไขให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ให้แก่ ลูกหนี้รายย่อย และ SMEs ที่รายได้หยุดชะงัก โครงการพักทรัพย์พักหนี้ สำหรับลูกหนี้ธุรกิจที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว

 

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า  ธนาคารไทยพาณิชย์ มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม MLR MOR และ MRR ในอัตรา 0.40% ต่อปี ซึ่งเท่ากับอัตราที่ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมลงตั้งแต่เริ่มมาตรการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้า FIDF นี้ เมื่อเดือนเม.ย.63 โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MLR) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.12% เป็น 6.52% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MOR) จากปัจจุบันอยู่ที่ 5.75% เป็น 6.15% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MRR) จากปัจจุบันอยู่ที่ 6.345% เป็น 6.745% ต่อปี  มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2566 เป็นต้นไป

 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า  ธนาคารจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อีก0.40% ต่อปี  สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR)  มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ดอกเบี้ย MLR เท่ากับ 6.15% MOR เท่ากับ 6.72% และ MRR เท่ากับ 6.77% ต่อปี สอดคล้องกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 

ด้านนายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธ.กรุงศรี กล่าวว่า กรุงศรีปรับดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่ 3 ม.ค. 2565 ดังนี้  สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) เพิ่มขึ้น 0.40% เป็น 6.48% สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.40% เป็น 6.725% สำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) เพิ่มขึ้น 0.40% เป็น 6.65%

 


SHARE THIS