เศรษฐกิจโลกระส่ำ เวิลด์แบงก์ หั่นจีดีพี ปี 65 เหลือแค่ 2.9%
โลกระส่ำ ธนาคารโลก หั่นการเติบโตเศรษฐกิจโลก ปีนี้จาก 4.1% เหลือ 2.9% ชี้เผชิญภาวะชะลอตัว เงินเฟ้อสูงอีกนาน ด้าน อาคม มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังโตได้ 3.5%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (Global Economic Prospects) ของ ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลก เมื่อวันที่ 7มิ.ย. 2565 โดยระบุว่า มีแนวโน้มที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากภาวะการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งผลกระทบจากการสู้รบระหว่างยูเครน-รัสเซีย
ทั้งนี้ ธนาคารโลก ยังได้ปรับลดประมาณการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2565 ลง ให้เหลือการขยายตัวที่ 2.9% ต่ำกว่าระดับคาดการณ์เมื่อเดือนม.ค.2565 ที่คาดว่าจะเติบโต 4.1% พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ 3% ในปีหน้า และในปี 2567 ที่ระดับเงินเฟ้อในหลายประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมหาอำนาจ เช่น เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวปีนี้เพียง 2.5% ลดลงจากระดับ 5.7% เมื่อปีก่อน และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร จะเติบโตที่ 2.5% ลดลงจากปีก่อนที่ 5.4% ส่วนเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.3% ลดลงจากปีก่อน 8.1% เมื่อปีที่แล้ว เนื่องการมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดตามนโยบายซีโร่โควิด ขณะที่เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและเศรษฐกิจเกิดใหม่ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าจะเติบโตที่ 3.4% ลดลงจาก 6.6% เมื่อปีก่อน
ด้านนายเดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลก ระบุในรายงานฉบับนี้ว่า โลกมีความเสี่ยงจากภาวะ stagflation มากขึ้น จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ผนวกกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งสะท้อนว่ายังคงมีความเสี่ยงที่ภาวะเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เผยว่า ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปี 65 จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3.5% แม้ธนาคารโลกปรับลดจีดีพีโลกลงจาก 4.1% เหลือ 2.9% ก็ตาม ซึ่งมองว่าเป็นการประเมินน้ำหนักจากเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้มีผลต่อเศรษฐกิจโลกมากนัก แต่สิ่งที่ไนต้องทำคือสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และส่งออก เพราะเศรษฐกิจโลกอาจมีผลต่อการค้าของไทยบ้าง

