ส่งออก ม.ค.65 โต 8% พาณิชย์ ถกเอกชน รับมือวิกฤตยูเครน
ประเดิม ส่งออกเดือนม.ค.65 ยังโตดี 8% ด้านพาณิชย์ ถกเอกชน รับมือรัสเซีย-ยูเครน ยังไม่กระทบการค้าทางตรง แต่ห่วงกระทบทางอ้อม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค.65 ขยายตัวอยู่ที่ 8% มีมูลค่า 708,312 ล้านบาท ตลาดที่ขยายตัวสูง 5 ลำดับแรก ประกอบด้วย อินเดียโต 31.9% รองลงมารัสเซีย 31.9% สหราชอาณาจักร 29.7% เกาหลีใต้ 26.8% และสหรัฐฯ 24.1%
ส่วนในการประชุมติดตามสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ซึ่งมีกระทรวงพาณิชย์ ร่วมหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มีข้อสรุปที่เป็นความเห็นร่วมกัน ดังนี้ สถานการณ์ในขณะนี้ การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นข้อยุติ การประเมินผลกระทบที่มีต่อภาวะการค้าการส่งออกและนำเข้าของไทย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบทางตรง
เนื่องจากรัสเซียเป็นตลาดส่งออกที่มีสัดส่วนการตลาดแค่ 0.38% ของไทย และตลาดยูเครน 0.04% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก เมื่อเจาะรายสินค้าพบว่าถ้ามีผลกระทบทางตรง อาจจะกระทบต่อสินค้าประเภทยางรถยนต์ อาหารแปรรูป อัญมณีและเครื่องสำอาง ที่ส่งออกไปยังรัสเซียและยูเครน และในอนาคตอาจกระทบต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน และต้นทุนการขนส่งสินค้าทางเรือ หากราคาน้ำมันยังสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมถึงหากมีการปิดท่าเรือบางท่าในรัสเซียหรือยูเครน การส่งสินค้าของไทยอาจต้องเปลี่ยนท่าเรือ จะมีผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งได้
สำหรับผลกระทบทางอ้อม อาจมีเรื่องราคาพลังงานหรือราคาเหล็กนำเข้า ที่นำมาผลิตสินค้าต่อเนื่อง เช่น กระป๋องหรือก่อสร้างเป็นต้น และผลกระทบต่อราคาธัญพืชที่นำเข้า เพื่อทำอาหารสัตว์ เช่น ข้าวสาลีและ ข้าวโพด เป็นต้น เพราะรัสเซีย-ยูเครนเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลก

