19 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรรพสามิต เก็บภาษีรถยนต์ ตามระบบความปลอดภัย ADAS

สรรพสามิต เก็บภาษีรถยนต์ ตามระบบความปลอดภัย ADAS

SHARE THIS

 

ครั้งแรกของประเทศไทย สรรพสามิต กำหนดอัตราภาษีรถยนต์ ตามระบบมาตรฐานความปลอดภัย ADAS ลดอุบัติเหตุแก่ผู้ชับขี่ ชี้ปลอดภัยเยอะเสียภาษีต่ำ ปลอดภัยน้อยเสียภาษีสูง

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่จะส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์นำมาตรฐานด้านความปลอดภัย เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอัตราภาษีด้วย โดยหากมีการติดตั้งระบบ แอดวานซ์ ไดรเวอร์ (เอดาส)  จะได้รับอัตราภาษีที่ต่ำ แต่หากมีการติดตั้งน้อยกว่าที่กำหนด ก็จะเสียภาษีอีกอัตราหนึ่งซึ่งเป็นภาษีที่สูงขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 65-69 เป็นต้นไป

 

สำหรับระบบมาตรฐานความปลอดภัยในการขับขี่ เอดาส ที่กรมสรรพสามิตกำหนดมีด้วยกัน 6 ระบบ ได้แก่ ระบบเปลี่ยนเลนส์ ระบบเบรกฉุกเฉิน ระบบเตือนชนด้านหน้า ระบบควบคุมความเร็วคงที่ ระบบการรักษาทางวิ่งในเลนส์ และการแก้ไขจุดบอดภายในรถ โดยรถเก๋งที่ใช้พลังงานไฟฟ้า กำหนดให้ต้องมีอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัย 4 ใน 6 ระบบ รถเก๋งที่ใช้น้ำมันต้องมี 2 ใน 6 ระบบ รถกระบะไฟฟ้าต้องมี 2 ใน 6 ระบบ และรถกระบะน้ำมันต้องมี 1 ใน 6 ระบบ เป็นต้น

 

“ปกติระบบมาตรฐานความปลอดภัยเหล่านี้ จะมีการติดตั้งในรถที่มีราคาสูง แต่หากมีการกำหนดระบบความปลอดภัยเอดาส เป็นค่ามาตรฐานสำหรับรถยนต์ทั่วไป จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยในรถยนต์ และลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ได้มากขึ้น”

 

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่า สำหรับโครงสร้างภาษีเพื่อส่งเสริมให้รถยนต์มีมาตรฐานความปลอดภัย จะเริ่มใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริดก่อน เริ่มตั้งแต่ปี 65  เช่น กรณีรถเก๋งไฟฟ้า หากมีการทำได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด ในปี 65-69 จะเสียภาษีเพียง 2% แต่ถ้าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จะเสียภาษีปี 65 มากถึง 8% และเพิ่มเป็น 10% ในปี 69 ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด แบบวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าเกิน 80 กม. และมีถังน้ำมันต่ำกว่า 45 ลิตร หากทำได้ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานปลอดภัยจะเสียภาษีปี 69-73 ในอัตรา 5% แต่ถ้าทำไม่ได้เสียภาษี 15-20% ขณะที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด แบบวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าต่ำกว่า 80 กม. และมีถังน้ำมันใหญ่กว่า 45 ลิตร หากทำได้ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานปลอดภัยจะเสียภาษีปี 69-73 ในอัตรา 10% แต่ถ้าทำไม่ได้เสียภาษีเพิ่มเป็น 15-20%

 

ขณะที่รถเก๋งใช้น้ำมัน และรถไฮบริดจะเริ่มตั้งแต่ปี 69 ยกตัวอย่าง รถที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 151-200 กรัมต่อกม. หากทำได้ตามเกณฑ์กำหนด จะเสียภาษีปี 69 ที่ 29% ปี 71 เสีย 31% และปี 73 เสีย 33% แต่ถ้าทำระบบความปลอดภัยไม่ได้ตามกำหนดจะเสียเพิ่มเป็นปีละ  35-40% ส่วนรถเก๋งไฮบริด ตัวอย่าง รถที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 151-200 กรัมต่อกม. หากทำได้ตามเกณฑ์กำหนด จะเสียภาษีปี 69 ที่ 19% ปี 71 เสีย 21% และปี 73 เสีย 23% แต่ถ้าทำไม่ได้ตามกำหนดจะเสียเพิ่มเป็นปีละ  25-30%

 


SHARE THIS