18 พฤษภาคม 2026
Home » ข่าวเด่น » สรุปประเด็นร้อน ‘ธรรมนัส-นฤมล’พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี

สรุปประเด็นร้อน ‘ธรรมนัส-นฤมล’พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี

SHARE THIS

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2564 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์แก่ราชการ อาศัยอานาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีดังต่อไปนี้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ข่าวเมื่อสักครู่ว่า รัฐมนตรีลาออก ซึ่งเขาก็เคยพูดไว้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ร.อ.ธรรมนัส ว่าไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ก็ออกไปเป็น ส.ส ก็สามารถช่วยประชาชนได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันมาโดยตลอด เดี๋ยวคงเป็นเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่างานทุกงานไม่มีหยุดยั้ง มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจะมีการปรับ ครม. หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวคอยดู คอยฟังข่าว แต่ผมยังไม่ปรับใครในตอนนี้ เมื่อมีรัฐมนตรีลาออกก็ทำให้มีตำแหน่งว่าง ซึ่งผมก็ยังไม่ปรับคนเข้า

เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นการลาออกหรือว่าปลดออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เขาลาออก เอาแหละ ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ เมื่อถามอีกว่ามีเหตุผลอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุผลของผม ก็คือเหตุผลของผมสิ  และเมื่อถามว่า เป็นผลพวงจากการอภิปรายหรือไม่ที่จะโค่นล้มนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดข่าวก็มาจากสื่อทั้งนั้น โอเคนะ ขอบพระคุณนะจ๊ะ และไม่เกี่ยวกับการอภิปราย เพราะตนทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อการบริหารงาน ไม่ต้องยืนยันนอนยันอะไรทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องของนายกฯ

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แถลงหลังการประชุม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐว่า ขอใช้เวทีรัฐสภาแถลงข่าว เป็นเรื่องที่ไม่สบายใจ และนอนคิดมาหลายเดือนแล้ว คือตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติได้ทำงานเพื่อประชาชนมา 2 ปีกว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ เนื่องจากตั้งมั่นมาโดยตลอดว่า หากวันหนึ่งได้มีโอกาสได้มารับใช้ประชาชน ยึดมั่นว่าจะทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน ยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติและบ้านเมือง แต่ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งมา บรรยากาศการบริหารช่วยราชการแผ่นดินไม่เป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ อยากกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นคือการเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน

 “ผมต้องการทำงานอื่นที่เข้มแข็งเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองจริง ๆ ไม่ใช่มารองรับหรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม ที่ผ่านมา ปรึกษาครอบครัวมาหลายวันแล้ว ได้ข้อยุติว่า ผมจะลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ได้ลงนามไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ก.ย.และตั้งใจว่าจะยื่นเอกสารตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เลขานุการเข้าใจผิดว่าจะยื่นวันที่ 9 ก.ย.  ท้ายที่สุดแล้วขอแจ้งประชาชนทุกจังหวัดว่า วันนี้ตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกเส้นทางการเดินของผมใหม่ ยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้ง ขอกราบขอโทษพี่น้องประชาชนที่วันนี้ไม่สามารถที่จะทำในสิ่งที่ผมรับรับปาก ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า จะกลับไปตั้งต้นที่ จ.พะเยา ทำงานให้พี่น้องชาวพะเยา และจังหวัดอื่นๆ หากกลับไปมีอำนาจอีกครั้ง มีวาสนาอีกครั้ง ตั้งมั่นว่าจะทำงานเพื่อบ้านเมือง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เมื่อถามว่า การลาออกสืบเนื่องมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก่อนโหวตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้หารือกับหัวหน้าพรรคพปชร.แล้วว่า จะตัดสินใจลาออกตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แต่พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ห้ามไว้ ตนก็เชื่อ แต่เมื่อมาไตร่ตรองดูพบว่า ทางเดินชีวิตที่จะทำเพื่อประชาชนจะต้องเดินไปอีกไกล จึงตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง ถามต่อว่าจากการที่พูดคุย และขอโทษนายกรัฐมนตรียังไม่จบใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่จบ เพราะไม่สบายใจ เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้กระทำไป หมายความว่า ถ้าเราพูดด้วยเหตุผลแล้วไม่เกิดประโยชน์ วิธีการที่ดีที่สุด คือเราต้องตัดสินใจด้วยตนเอง ส่วนของความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร ยังเหมือนเดิม

ส่วนจะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่  เป็นเรื่องที่ต้องคิดต่อไป อาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มีความสุข เมื่อย้ายมาจากบ้านหลังเดิมที่มีความสุขดีอยู่แล้ว บ้านหลังเดิมคือที่ จ.พะเยา และจะลดบทบาทในพรรคลง แต่จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง

“ผมไม่ชอบบรรยากาศบ้านเมืองที่มีความแตกแยก และมองไม่เห็นอนาคต ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ส่วนการบรรยากาศในคณะรัฐมนตรีนั้น ร้ายยิ่งกว่า แต่ไม่ขอพูดรายละเอียด เพราะเราออกมาแล้ว สำหรับแรงกระเพื่อมทางการเมืองหลังจากนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่มาจากตน ยืนยันว่า จะไม่ทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย” ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรค พปชร.จะแตกหรือไม่  ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็ไม่แน่ เพราะใจตนไปแล้ว พูดแล้วนักเลงพอ ทำอะไรแล้วต้องรับผิดชอบ อยู่ที่ไหนก็ได้ขอให้ใจมันอยู่ ถ้าใจมันไม่อยู่ใครจะมาบังคับตนก็ไม่ได้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสปรับ ครม.ว่า  ใครให้ข่าว แล้วใครอยากจะไป เพราะพล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ บอกแล้วว่า ไม่มีการปรับครม. สื่อจะมาถามอะไรกันอีก เมื่อถามว่า 3 ป.ยังกลมเกลียว ยังอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆ ว่า “เออ”

เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐยังแบ่งเป็นหลายกลุ่มหลายก๊ก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มีหรอก อยู่กลุ่มผมนั้นแหละ ผมก็ดูแลอยู่” 


SHARE THIS