บอลโลก 2026 กร่อย ศก.แย่-ไร้ถ่ายทอด เงินสะพัด-พนันเหลือ 5.7 หมื่นล.
หอการค้าชี้ บอลโลก 2026 ไม่คึกคัก เงินสะพัด 5.7-6.8 หมื่นล้าน ลดลงจากพิษเศรษฐกิจ ยอดพนันต่ำสุดรอบ 12 ปี จับตา ไร้ฟรีทีวีสะเทือนระบบลบ 39%
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงฟุตบอลโลก WORLD CUP 2026 คาดการณ์เม็ดเงินสะพัดลดลงจากยุคบอลยูโร 2024 อย่างเห็นได้ชัด เผยมูลค่าการพนันบอลโลกปีนี้ทรุดหนักต่ำสุดในรอบ 12 ปี เหตุประชาชนกังวลสถานการณ์เศรษฐกิจและขาดอำนาจซื้อ หวั่นหากรัฐบาลไม่สนับสนุนลิขสิทธิ์ยิงสดผ่านฟรีทีวี จะฉุดกิจกรรมการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจดิ่งแรงถึงติดลบร้อยละ 39.4
.
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมและการใช้จ่าย รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมไทยในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก (WORLD CUP 2026) ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนอย่างเป็นทางการว่าจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้รับชมฟรีหรือไม่
จากการประเมินและคาดการณ์ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ โดยเปรียบเทียบเม็ดเงินสะพัดระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กับการแข่งขันฟุตบอลยูโรปี 2024 (ซึ่งมีเงินสะพัดรวมอยู่ที่ 87,620.03 ล้านบาท) พบว่าทิศทางเม็ดเงินในปีนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณีสำคัญอย่างมีนัยสำคัญ

เงินสะพัด มี VS ไม่มีถ่ายทอดสด
กรณีที่ 1: ประเทศไทยมีการถ่ายทอดสดฟรีทีวี
- คาดการณ์เงินสะพัดรวม: จะอยู่ที่ 68,635.62 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมยังคงลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงบอลยูโร 2024
- การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ: อยู่ที่ 21,061.62 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4
- การใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ (พนันบอล): อยู่ที่ 47,574 ล้านบาท หดตัวลดลงร้อยละ 29
กรณีที่ 2: ประเทศไทยไม่มีการถ่ายทอดสด
- คาดการณ์เงินสะพัดรวม: จะเหลือเพียง 57,620.03 ล้านบาท ทรุดหนักลดลงถึงร้อยละ 2
- การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ: จะลดลงมาอยู่ที่ 12,465.01 ล้านบาท ดิ่งลงเหวถึงติดลบร้อยละ 4
- การใช้จ่ายนอกระบบเศรษฐกิจ (พนันบอล): อยู่ที่ 45,195.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6
.
“มูลค่าด้านการพนันฟุตบอลในรอบนี้ปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี หรือนับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2014 เป็นต้นมา เนื่องจากประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูเติบโตขึ้นและมีมาตรการกระตุ้นอย่าง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เข้ามาช่วย แต่นั่นเป็นเพียงมาตรการช่วยลดค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน ไม่ได้ส่งผลให้ประชาชนมีอำนาจซื้อมากพอที่จะนำมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ หากไม่มีการถ่ายทอดสดฟรี เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจะติดลบถึงร้อยละ 39.4 ทันที” นายธนวรรธน์ กล่าว

“ไม่พร้อมจ่ายเงินดูเอง”
ด้าน นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่างต่อเทศกาลบอลโลกครั้งนี้ โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
- ระดับความสนใจ: กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 7 ระบุว่าสนใจมาก, ร้อยละ 31.2 สนใจปานกลาง และร้อยละ 6.8 สนใจมากที่สุด
- แผนการรับชม: ส่วนใหญ่ร้อยละ 3 จะเลือกติดตามเฉพาะทีมที่ชอบหรือนัดสำคัญเท่านั้น และมีพฤติกรรมรับชมแบบดูสดเฉพาะนัดสำคัญแล้วเลือกดูย้อนหลังในนัดอื่น ๆ สูงถึงร้อยละ 68.4 โดยนิยมใช้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือในการรับชมมากที่สุดร้อยละ 37.5 และเลือกรับชมภายในบ้านตนเองสูงถึงร้อยละ 47.2
- ประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์: มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 1 ที่ทราบแล้วว่าประเทศไทยยังไม่มีผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งหากไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางฟรีทีวี กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 68.6 ยืนยันว่าไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อแพ็กเกจรับชม โดยกลุ่มที่ยินดีจ่ายเงิน (ร้อยละ 31.4) มีระดับราคาที่เต็มใจจ่ายมากที่สุดอยู่ที่ช่วง 300 – 499 บาท (ร้อยละ 32.0) ทั้งนี้ หากไม่มีของฟรีดูจริง ๆ ร้อยละ 31.6 เลือกที่จะเดินทางไปชมตามร้านอาหารหรือสถานบันเทิงที่มีสัญญาณแทน ขณะที่ร้อยละ 25.6 ยอมรับว่าจะค้นหาลิงก์สตรีมมิงออนไลน์ที่ไม่เป็นทางการในโลกอินเทอร์เน็ต
- ทัศนะต่อบทบาทรัฐบาล: แฟนบอลส่วนใหญ่เห็นด้วยอย่างยิ่งและเห็นด้วยรวมกันสูงถึงร้อยละ 7 (แบ่งเป็นเห็นด้วยร้อยละ 66.8 และเห็นด้วยอย่างยิ่งร้อยละ 17.9) ที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนงบประมาณค่าลิขสิทธิ์เพื่อให้ประชาชนได้ดูฟรีทีวี

วงจรการ “พนันบอล”
สำหรับกลุ่มแฟนบอลที่มีแผนจะใช้จ่ายในช่วงนี้ ผลสำรวจพบว่า กิจกรรมหลักร้อยละ 63.8 จะใช้จ่ายไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกบ้าน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 3,819 บาทต่อคน รองลงมาร้อยละ 42.9 จะซื้อไปรษณียบัตรทายผลรางวัล เฉลี่ยคนละ 493 บาท และร้อยละ 33.2 จะใช้จ่ายกับค่าสมัครแพ็กเกจดูออนไลน์เฉลี่ย 732.66 บาท ซึ่งแหล่งเงินทุนหลักร้อยละ 58.8 นำมาจากเงินเดือนหรือรายได้ปกติ
ในด้านพฤติกรรมการเสี่ยงโชคและการพนันฟุตบอล แม้ภาพรวมมูลค่าจะลดลง แต่ในกลุ่มผู้ที่เลือกเล่นพนันระบุว่า มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนัดสูงถึง 1,109.07 บาท และคิดเป็นเม็ดเงินที่ใช้เล่นรวมตลอดทัวร์นาเมนต์เฉลี่ยสูงถึง 19,933.13 บาทต่อคน โดยรูปแบบการพนันส่วนใหญ่ร้อยละ 50.7 ยังคงใช้เงินสด อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 56.0 สะท้อนว่าช่องทางการเข้าถึงการพนันในปัจจุบันสามารถ “เข้าถึงได้ง่าย”
เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจจากการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ผลสำรวจระบุข้อดีและข้อเสียที่ต้องเฝ้าระวังไว้ดังนี้:
- ผลกระทบด้านบวก: ช่วยกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจข่าวกีฬาเพิ่มขึ้น, ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานหรือการเรียน และช่วยส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
- ผลกระทบด้านลบ: เสี่ยงต่อการก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้นในครัวเรือน, เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างสังสรรค์ดูบอล และอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนของประชาชนลดลงจากการนอนดึก
📌 เกาะติดดัชนีเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภครายไตรมาส และการวิเคราะห์ทิศทางปากท้องประชาชน ติดตาม “The Facts News ข่าวจริง” ได้ทุกช่องทาง:
- 🌐 Website : the-facts-news.com
- 📘 Facebook : The Facts News FB
- 🕊️ Twitter (X) : The Facts News TW
- 💬 Line Official Account : @057ywnqz หรือคลิก https://lin.ee/Zgh9WPnB
#ฟุตบอลโลก2026 #WorldCup2026 #หอการค้าไทย #เศรษฐกิจไทย #ลิขสิทธิ์บอลโลก #พนันบอล #ฟรีทีวี #พฤติกรรมผู้บริโภค #ข่าวเศรษฐกิจ #TheFactsNews #ข่าวจริง

