นายกฯ ดีเดย์ ใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 1 มิ.ย.
นายกฯ ดีเดย์ บังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ 1 มิ.ย.65 ให้ถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใส ด้านดีอีเอส เตรียม 4 ระบบปฏิบัติงานไว้รองรับใช้กฎหมาย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผยในการประธานเปิดงานสัมมนา “แนวทางการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562” ว่า การคุ้มครองสิทธิของประชาชนในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้ความสำคัญ ควบคู่ไปกับการผลักดันเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ที่จะบังคับใช้ 1 มิ.ย.65 มีจุดมุ่งหมายเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปฏิบัติตาม โดยนับเป็นหนึ่งในชุดกฎหมายดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการใช้บริการออนไลน์ในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ รัฐบาลเข้าใจถึงความกังวลและข้อจำกัดด้านต้นทุนของหน่วยงานภาครัฐ ในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ผ่านมาจึงมอบหมายให้ กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ดำเนินโครงการแพลตฟอร์มภาครัฐ เพื่อรองรับกฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล โดยออกแบบระบบปฏิบัติงานทั้งสิ้น 4 ระบบ ประกอบด้วย
- ระบบบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities Platform)
- ระบบบริหารจัดการความยินยอม (Consent Management Platform) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
- ระบบจัดการการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Access Request Platform)
- ระบบจัดการการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach Notification Platform) ซึ่งสามารถแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ภายใน 72 ชั่วโมง
“พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน องค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงประเทศชาติ ได้แก่ ประชาชน รับทราบวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บ การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดแจ้ง และมีสิทธิต่างๆ ที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จะมีมาตรฐานการจัดเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล และระดับประเทศ จะมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สอดคล้องหลักการสากล เป็นต้น”
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดีอีเอส กล่าวว่า แพลตฟอร์มทั้ง 4 ระบบดังกล่าว ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GPPC) ได้รับการออกแบบให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลฯ และสอดรับกับหน้าที่หลักของหน่วยงานรัฐภายใต้กฎหมายฉบับนี้ โดยทำงานอยู่บนระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ส่งเสริมการดำเนินงานตามหน้าที่ของหน่วยงานรัฐภายใต้กฎหมาย และบริหารจัดการการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้สะดวก มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย อีกทั้ง เป็นระบบปฏิบัติงานแบบเปิด (Open Source) ซึ่งทุกส่วนราชการสามารถนำไปปรับใช้ในหน่วยงานของตนเอง โดยเป็นการประหยัดงบประมาณโดยรวมของชาติในระยะยาว
นายเธียรชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีหลักสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกนำไปใช้อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และได้รับการดูแลมิให้มีการนำข้อมูลไปใช้งานในทางที่ผิด กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลในทางที่ไม่ก่อให้เกิดเป็นการละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลมากจนเกินไป รวมถึงจะต้องรักษาความปลอดภัยในการใช้ข้อมูลอยู่เสมอ

