ค่าครองชีพพุ่ง คนไทยหนี้ฉ่ำ เจน Z แชมป์หนี้ผ่อนผ่านแอป แซงหนี้ กยศ.
คนไทยหนี้ฉ่ำ! เซ่นพิษค่าครองชีพพุ่ง จับตา ‘เจน Z’ แชมป์ใช้จ่ายเกินตัว ผ่อนของ-กู้ผ่านแอปฯ แซงหน้าหนี้ กยศ. ขณะที่ SME-เกษตรกร ยังเปราะบางกู้มาประคองตัว
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำรวจประชาชนกว่า 6,400 รายทั่วประเทศ พบว่าสถานการณ์หนี้สินของคนไทยในปี 2569 มีความน่ากังวลเพิ่มขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้:
- สัดส่วนหนี้พุ่ง: ประชาชนมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับปี 2568 (ร้อยละ 50.99)
- กลุ่มอาชีพที่เป็นหนี้สูง: พนักงานของรัฐ เกษตรกร และกลุ่มรับจ้างอิสระ ครองแชมป์สัดส่วนหนี้สูงสุด
- โครงสร้างหนี้: ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบ (ร้อยละ 86) แต่กลุ่มรายได้น้อยและอาชีพอิสระยังต้องพึ่งพา “หนี้นอกระบบ” เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงสถาบันการเงินตามกฎหมาย
- คนรายได้สูงก็หนี้หนัก: พบว่ากลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้สินมากที่สุด
- ค่าครองชีพคือตัวการหลัก: ร้อยละ 06 ของผู้มีหนี้ ระบุว่าสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น ตามมาด้วยการกู้เพื่อซื้อสินทรัพย์ (บ้าน/รถ) และการลงทุน
เจาะลึก ‘เจน Z’ และ ‘นักศึกษา’: หนี้แอปฯ มาแรงกว่าหนี้เรียน
จุดที่น่าตกใจที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้คือ พฤติกรรมการสร้างหนี้ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุต่ำกว่า 29 ปี) และกลุ่มนักศึกษาที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน:
- หนี้ออนไลน์แซงหน้า กยศ.: กลุ่มนักศึกษามีสัดส่วนการเป็นหนี้ผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ (BNPL/สินเชื่อดิจิทัล) สูงถึง ร้อยละ 55 ซึ่งสูงกว่าการกู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เสียอีก
- สายเปย์เกินตัว: กลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี ยอมรับว่าสาเหตุของการสร้างหนี้มาจาก “ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย” สูงถึง ร้อยละ 88 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วงอายุ
- พฤติกรรมกู้ผ่านแอปฯ: กลุ่มช่วงอายุ 20-29 ปี มีสัดส่วนหนี้จากการผ่อนชำระผ่านออนไลน์สูงถึงร้อยละ 25 สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การบริโภคก่อนจ่ายทีหลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชำแหละหนี้รายเซกเตอร์: มนุษย์เงินเดือน vs เกษตรกร vs SME
เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอาชีพ พบแรงกดดันที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ:
- มนุษย์เงินเดือน (ข้าราชการ/พนักงานเอกชน): เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการกู้ในระบบสูงที่สุด ส่วนใหญ่สร้างหนี้เพื่อ ซื้อสินทรัพย์ระยะยาว เช่น บ้านและรถยนต์
- ภาคธุรกิจและ SME: เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ระบุว่า การสร้างหนี้ในปี 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ประคับประคองธุรกิจ” มากกว่าการกู้เพื่อขยายกิจการ สะท้อนถึงสภาพคล่องที่ยังติดขัด
- ภาคเกษตรกรและอาชีพอิสระ: ตกอยู่ในภาวะเปราะบางที่สุด โดยมีสัดส่วนการสร้างหนี้ใหม่เพื่อ “ชำระหนี้เก่า” และเพื่อรับมือกับรายได้ที่ไม่แน่นอนสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด
ส่องเทรนด์ปี 2569: ระมัดระวังแต่ยังเปราะบาง
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ประชาชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61.84) ตั้งเป้าว่า “จะไม่สร้างหนี้เพิ่ม” และพยายามปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงวางแผนการเงินให้รัดกุมขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ:
- กลุ่มเกษตรกรและอาชีพอิสระ: มีแนวโน้มต้องสร้างหนี้ใหม่เพื่อไป “ใช้หนี้เก่า” เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอน
- กลุ่มรายได้น้อย (ต่ำกว่า 10,000 บาท): มักเกิดหนี้จากเหตุฉุกเฉินและรายได้ที่ลดลง สะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินที่รุนแรง
สาเหตุหลักและแนวทางการปรับตัว
“ค่าครองชีพพุ่ง” คือชนวนเหตุสำคัญ: ร้อยละ 29.06 ของผู้มีหนี้ระบุว่าต้องกู้มาเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายประจำวัน ขณะที่กลุ่มรายได้สูงมักสร้างหนี้จากการลงทุนและซื้อสินทรัพย์
คนไทยปรับตัวอย่างไร?
- ลดรายจ่าย: ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและวางแผนการเงินรัดกุมขึ้น
- หารายได้เสริม: เป็นทางเลือกหลักเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
- ขอคำปรึกษา: กลุ่มผู้สูงอายุเริ่มมองหาการ ปรับโครงสร้างหนี้ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินมากขึ้น
บทสรุปและมุมมองจากภาทรวงพาณิชย์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางและคนรุ่นใหม่ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อกำลังซื้อและบรรยากาศทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยกระทรวงฯ จะเร่งมาตรการดูแลราคาสินค้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพ พร้อมหนุนผู้ประกอบการขยายช่องทางการตลาดเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป
#ข่าวจริง #thefacts #facts #fact #เจนZกู้หนี้ #เจนซีกู้แพลตฟอร์ม #ขึ้นดอกเบี้ย

