กองสลาก เปิดแพลทฟอร์ม Digital Lottery ขายสลากผ่านออนไลน์ เริ่ม 2 พ.ค.
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดสลากฯ) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้จัดทำระบบจำหน่ายสลากผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “แพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (Digital Lottery)” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลาง ให้ผู้ค้าที่มีโควตาสลากฯ ในมือ สามารถนำมาฝากจำหน่ายบนแพลตฟอร์มนี้ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ ธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ทำระบบทั้งหมด โดยหลังจากนี้จะมีการรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รับทราบต่อไป
“แพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (Digital Lottery) ในเบื้องต้น จะให้ผู้ค้าที่มีโควตาลงทะเบียนแสดงความจำนงขายสลากบนแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยสำนักงานสลากฯ จะเป็นผู้เก็บสลากตัวจริงไว้ และเมื่อมีการกดซื้อสลากบนแพลตฟอร์มดังกล่าวแล้ว สลากเลขนั้นจะหมดไป โดยผู้ซื้อจะได้รับใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ข้อความทาง SMS เป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของ สำหรับไว้ขึ้นรางวัล”
ทั้งนี้ แพลทฟอร์ม Digital Lottery เป็นอีกช่องทางนี้ที่ช่วยเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายให้กับผู้ค้า แต่ขณะเดียวกันผู้ค้ายังสามารถ นำหมายเลข รูปภาพสลากของตัวเอง ไปขายเองได้ด้วยผ่านแท็บเล็ต หรือช่องทางต่างๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ ยังกำหนดเงื่อนไขสำคัญ ให้ขายราคาสูงสุดไม่เกิน 80 บาท หรือหากใกล้วันออกรางวัลแล้วยังขายไม่หมด ผู้ค้าเจ้าของหมายเลข ก็สามารถปรับลดราคาขายให้ต่ำกว่า 80 บาทได้ นอกจากนี้ผู้ค้ายังสามารถเลือกได้ว่าจะฝากขายสลากบนแพลตฟอร์มกี่เล่มก็ได้ เช่น ทั้ง 5 เล่มตามโควตาที่ได้รับ หรือฝากขาย 3 เล่ม และอีก 2 เล่มใช้วิธีการเดินขายแบบเดิมก็ได้
“การทำแพลตฟอร์ม ออนไลน์นี้ ตั้งใจให้ผู้ค้าที่มีโควตาอยู่และไปฝากขายบนแพลตฟอร์มอื่น ย้ายมาขายบนแพลตฟอร์มของ สนง.สลากให้หมด ซึ่งแพลตฟอร์มนี้นอกจากจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้ผู้ค้าแล้ว ผู้ซื้อก็สะดวกขึ้น และยังสามารถซื้อสลากเลขซ้ำกี่ใบก็ได้เท่าที่มีในระบบ รวมถึงเมื่อถูกรางวัลเงินก็จะโอนเข้าบัญชีโดยทันที ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะพยายามเร่งทำแพลตฟอร์มให้แล้วเสร็จ เพื่อจำหน่ายทันงวด 2 พ.ค.65 ”
ที่ผ่านมา ได้มีตัดสิทธิผู้ค้าที่นำสลากฯ ไปฝากขายบนแพลตฟอร์มอื่น โดยเป็นการตัดสิทธิผู้ซื้อจองแล้วกว่า 3,000 ราย และตัดสิทธิผู้ที่มีโควตาไปแล้ว 6,000 ราย รวมแล้วกว่า 9,000 ราย ซึ่ง สนง.สลาก ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มนี้ยังสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผู้ซื้อจองได้ แต่หากพบว่ายังมีการทำผิดอีกครั้ง จะทำการตัดสิทธิและขึ้นแบล็กลิสต์หรือบัญชีดำทันที

