กรมศุลฯ เตือน นำเข้ากัญชาต้องผ่านพิธีศุลกากร ไม่มีใบอนุญาตคุก 10 ปี
กรมศุลกากร เตือน นำเข้ากัญชาต้องผ่านพิธีการศุลกากร หากลักลอบนำเข้าหรือนำเข้ามาโดยไม่มีใบอนุญาต โทษคุกสูงสุด 10 ปี
นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านระบบควบคุมทางศุลกาการ ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เผยว่า แม้กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศว่า กัญชา กัญชงไม่เป็นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดที่มีสาร THC เกิน 0.2% แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากมีการนำเข้า ผู้นำเข้าจะต้องผ่านพิธีการทางศุลกากรและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงประกาศของกรมวิชาการเกษตรที่ได้ออกประกาศควบคุมนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชาและควบคุมป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์อย่างเข้มงวด
ที่ผ่านมาพบว่ายังมีการลักลอบนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชา และต้นกล้ากัญชาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดนไทย ซึ่งหากนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร หรือนำเข้ามาโดยผ่านพิธีการศุลกากรแต่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำเข้าอาจได้รับโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ดังนี้
- กรณีแรก หากเป็นการนำเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ถือเป็นความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 242 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินสี่เท่าของราคาของรวมอากร
- กรณีที่สอง หากนำเข้ามาโดยผ่านช่องทางศุลกากร แม้ปัจจุบันกัญชาจะถูกปลดจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 แล้ว แต่การนำเข้ายังต้องคำนึงถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง คือ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 ดังนั้น กัญชายังถือเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า ซึ่งหากไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือได้รับอนุญาตก่อนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทย อาจเป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อกำกัด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา 244 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท (ห้าแสนบาท)
สำหรับประชาชนที่ประสงค์จะนำเข้ากัญชา จะต้องผ่านพิธีการศุลกากรและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากลักลอบนำเข้า หรือนำเข้ามาโดยผ่านพิธีการศุลกากรแต่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ และหากนำกัญชาออกนอกประเทศซึ่งประเทศเหล่านั้นยังกำหนดให้กัญชายังเป็นพืชที่ผิดกฎหมาย อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย อาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ หรือโทษสูงสุดคือประหารชีวิต จึงขอให้ศึกษากฎหมายของต่างประเทศให้ดีก่อนจะนำติดตัวออกหรือส่งออกไปต่างประเทศ

