17 เมษายน 2026
Home » ข่าวเด่น » ธุรกิจอสังหาฯ ระส่ำ คาด กทม.-ปริมณฑล ค้างสต็อก 9.5 แสนล้าน

ธุรกิจอสังหาฯ ระส่ำ คาด กทม.-ปริมณฑล ค้างสต็อก 9.5 แสนล้าน

SHARE THIS

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กทม.-ปริมณฑล ส่อเค้าแย่ คาดทั้งปีค้างสต็อกพุ่ง 203,201 หน่วย มูลค่า 9.5 แสนล้าน  เหตุเงินเฟ้อ รายได้ฝืด ห่วงอนาคตดอกเบี้ยขึ้นซ้ำเติมหนัก

 

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผลสำรวจสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 65 เริ่มมีการชะลอตัว โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มีมากขึ้น แต่กำลังซื้อกลับลดลง ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขายคงค้างกว่า 1.76 แสนหน่วย มูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท  และคาดการณ์ทั้งปี 65 จะมีโครงการเปิดใหม่ 83,608 หน่วย เพิ่มขึ้น 62.2%  มูลค่า 386,757 ล้านบาท เพิ่ม 76.6%  มียอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ 77,223 หน่วย เพิ่มขึ้น 24.7% มูลค่า 346,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% ทำให้มีหน่วยเหลือขายรวม 203,201 หน่วย เพิ่มขึ้น 23.2% มูลค่า 959,382 ล้านบาท

 

“เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการชะลอตัว มาจากการขาดความเชื่อมั่นด้านรายได้ และต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของราคาน้ำมัน  ค่าครองชีพ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปรับขึ้นของราคาสินค้าอุปโภคบริโภค  ดังนั้น หากมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ย จะเป็นแรงฉุดให้การฟื้นตัวของภาพรวมของประเทศไทย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยให้ต้องสะดุด และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย”

 

สำหรับโครงการเปิดขายใหม่ ช่วงไตรมาส 2 มี 28,334 หน่วย มูลค่า 136,577 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่สูงกว่าครึ่งปีหลังปี 64 ที่มี 32,818 หน่วย มูลค่า 132,530 ล้านบาท โดยในกลุ่มของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝดเปิดขายใหม่เพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงไตรมาสก่อน ขณะที่อาคารชุดเริ่มมีการเปิดตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 16,154 หน่วย มูลค่า 44,586 ล้านบาท และเป็นโครงการบ้านจัดสรร  12,180 หน่วย มูลค่า 91,990 ล้านบาท

 

นายวิชัยกล่าวว่า ทำเลที่มีโครงการอาคารชุดเหลือขายสูงสุดอันดับ 1.โซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง 9,496 หน่วย มูลค่า 40,696 ล้านบาท อันดับ 2. โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด จำนวน 7,102 หน่วย มูลค่า 16,233 ล้านบาท อันดับ 3. โซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ จำนวน 7,006 หน่วย มูลค่า 20,462 ล้านบาท และอันดับ 4. โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด จำนวน 6,849 หน่วย มูลค่า 22,202 ล้านบาท และอันดับ 5. โซนสุขุมวิท จำนวน 5,344 หน่วย มูลค่า 61,151 ล้านบาท

 

ขณะที่โครงการบ้านจัดสรร ที่มีหน่วยเหลือขายสูงสุดคืออันดับ 1 โซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ มีหน่วยเหลือขาย 20,639 หน่วย มูลค่า 73,132 ล้านบาท อันดับ 2 โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีหน่วยเหลือขาย 15,713 หน่วย มูลค่า 89,269 ล้านบาท  อันดับ 3 โซนบางใหญ่-บางบัวทอง-บางกรวย-ไทรน้อย จำนวน 15,700 หน่วย มูลค่า 70,628 ล้านบาท  อันดับ 4 โซนเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ จำนวน 9,419 หน่วย มูลค่า 35,589 ล้านบาท และอันดับ 5 โซนเมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก จำนวน 9,151 หน่วย มูลค่า 34,599 ล้านบาท

 


SHARE THIS