สรรพสามิต เว้นเก็บภาษี ดีเซล-น้ำมันเตา 6 เดือน ช่วยรัฐตรึงค่าไฟฟ้า
รัฐบาล เฉือนรายได้ 7 พันล้าน เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเตา สำหรับผลิตไฟ 0% นาน 6 เดือน หวังช่วยตรึงค่าไฟฟ้า
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอมาตรการทางภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับการนำน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตาไปผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโควิด โดยจัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
“คาดว่าการออกมาตรการดังกล่าว จะส่งผลให้โรงไฟฟ้ามีการนำเข้าดีเซล 200 ล้านลิตรต่อเดือน และนำเข้าน้ำมันเตา 35 ล้านลิตรต่อเดือน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทนก๊าชธรรมชาติ โดยส่วนนี้จะส่งผลให้สูญรายได้ภาษีสรรพสามิต 7,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีผลกับการจัดเก็บรายได้โดยตรง เนื่องจากในช่วงสถานการณ์ปกติจะไม่มีการนำเข้าน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนการลดภาษีดังกล่าวนี้จะมีผลทำให้ไม่มีการปรับขึ้นค่าไฟเลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)”
นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตกระแสไฟฟ้าของไทยกว่าร้อยละ 60 ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ (NG) ซึ่งราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ ในปัจจุบันน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตามีภาระภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 3.44 บาทต่อลิตร และ 0.64 บาทต่อลิตร ตามลำดับ
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต เห็นควรใช้มาตรการทางภาษีมาช่วยลดต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยเสนอให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตอัตราศูนย์สำหรับน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
“มาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 15 กันยายน 2565 รวมระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์ราคา ก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกจะปรับตัวลง และจากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตาดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาค่าไฟมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับตัวสูงขึ้น โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตเนื่องจากในสถานการณ์ปกติจะไม่มีการนำน้ำมันดีเซล (บี0) และน้ำมันเตามาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าจึงไม่มีรายได้ภาษีสรรพสามิตในส่วนนี้”

